สุ จิ ปุ ลิ
พาหุสัจจะ แปลว่า ความเป็นผู้ได้สดับมาก หมายถึงการได้ศึกษาเล่าเรียนมาก การมีความรู้ประสบการณ์มาก เรียกบุคคลผู้มีภาวะอย่างนั้นว่าพหูสูต
พาหุสัจจะ เกิดจากการศึกษา และการศึกษาที่ดีเกิดจากการศึกษา ๔ แบบ คือ ศึกษาด้วยการฟัง ด้วยการคิด ด้วยการสอบถาม และด้วยการจดจำบันทึก
มีคาถาบทหนึ่งที่ถือว่าเป็น หัวใจนักปราชญ์ คือ “สุ จิ ปุ ลิ วินิมุตโต กถัง โส ปํณฑิโต ภเว” แปลว่า ผู้ปราศจาก สุ จิ ปุ ลิ จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร
- สุ ย่อมาจาก สุตะ แปลว่า ฟัง
- จิ ย่อมาจาก จินตะ แปลว่า คิด
- ปุ ย่อมาจาก ปุจฉา แปลว่า ถาม
- ลิ ย่อมาจาก ลิขิต แปลว่า จด
ที่มา : Wikipedia
ปกติฉันจะเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ได้อ่าน ได้ดู ได้เจอ ในบล็อกนี้
แต่มาคราวนี้ อยากบันทึกสิ่งที่ได้คิดจากการสนทนากับคนอื่นบ้าง (หา category ลงไม่ได้เลย)
ฉันถือว่าตัวเองค่อนข้างโชคดีที่ได้ทำงานในที่ที่ได้เจอคนเก่ง ๆ จากหลากหลายที่ ได้ไปสังสรรค์กับคนที่มีความคิดไม่ธรรมดา ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดความคิดต่อยอดขึ้นมามากกว่าได้อ่านหรือดูซะอีก
หลายครั้งฉันนึกถึงโรงเรียนสมัยโบราณ อย่างในกรีกโบราณ พลาโต โสคราตีส อะไรทำนองนั้น
เมื่อโรงเรียนไม่ใช่สถานที่ที่ครูมานั่งบอกให้นักเรียนทำอะไร และนักเรียนไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อฟังครูและท่องหนังสือเรียนปาว ๆ
แต่เป็นสถานที่สนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดง่าย ๆ ว่ามีการตอบโต้กันระหว่างทั้งครูกับศิษย์ ระหว่างศิษย์ด้วยกันเอง หรือแม้แต่ระหว่างครูกับครู
เพราะความรู้ไม่ใช่สิ่งที่สกัดได้แบบทิศทางเดียว ใครที่นอนอ่านตำราอยู่บ้านแล้วคิดว่าตนรู้ทุกอย่างนั้น หากได้ออกมาเจอคนอื่นแล้วคุยกัน จะได้รู้ว่า สิ่งที่ตนรู้นั้นมันก็แค่กระผีกเดียว
การได้คุยกับคนอื่นทำให้เราได้มองอีกด้านหนึ่ง ได้เจอความเห็นที่หลากหลาย ได้พบจุดอ่อนของทฤษฎีหรือสิ่งที่เราเชื่อ
ดีกว่านั่งน้ำลายบูดอยู่คนเดียวแน่นอน
คราวหน้าจะมีบันทึกสิ่งที่ได้สนทนากับบุคคลอื่นต่อ
Filed under: Uncategorized | Leave a Comment

