อย่างที่ทุกท่านคงทราบกันว่า สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แสนสุขของคนทำงาน (บางส่วน) ที่ได้หยุดยาว 4 วัน เหตุผลก็รู้สึกจะเพราะเป็นวันสำคัญทางศาสนา เข้าพรรษาเจอะกับอาสาฬหบูชา แล้วไปประสานงากับวันเสาร์อาทิตย์ แน่นอนอยู่ว่าเราคงไม่ถือโอกาสนี้ไปเข้าวัดเพื่อทำบุญ เวียนเทียน ทำจิตใจให้สงบ คิดแบบคนบาปว่า บุญน่ะ ทำเมื่อไรก็ได้ อย่ายึดติดกับวันที่สิ

ที่เที่ยวก็หนีไม่พ้นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างพัทยา  (หรืออีกนัยหนึ่งน่าจะเรียกว่า “สิ้นคิด” เพราะถ้าไม่ขี้เกียจคิดขนาดนี้คงวางแผนไปที่ไกล ๆ กว่านี้ไปแล้ว) ออกเดินทางกันแต่เช้าเพื่อจะได้แวะดูอะไรรายทาง ตั้งแต่อ่างศิลา (ขายครก) เขาสามมุข (ศาลเจ้าและลิงเจ้าถนน – คือมันนั่งอีลุ่ยฉุยแฉะอยู่กลางถนน ไม่กลัวรถชนเล้ย) บางแสน (ที่เที่ยวยอดฮิตสำหรับคนไทย ต่างชาติไม่เกี่ยว) หนองมน (ข้าวหลาม ปูจ๋า ห่อหมก หนมจาก – ไม่ได้ซื้อสักอย่าง) แหลมฉบัง (นิคมอุตสาหกรรม ดูแล้วอลังดี)

 

รีวิวโรงแรม Nantra De Boutique

 

 

NANTRA De Boutique

 

ปกติมักจะไปพัทยากับครอบครัว เพราะมีคนรู้จักที่ยืมบ้านพักใกล้ทะเลแถวหาดจอมเทียนได้ ส่วนมากไปถึงก็ไม่ค่อยได้เที่ยวที่ไหนจริงจัง แค่เปลี่ยนที่นอนและหาอะไรอาหารทะเลอร่อย ๆ กินเท่านั้นเอง แต่ทริปนี้เราอยากไปพักโรงแรมกันบ้าง แล้วก็ไปแค่คืนเดียว ก็พัทยามันจะมีอะไรให้เที่ยวมากมาย ไปเจอบูติคโฮเทลน่ารัก ๆ ชื่อ NANTRA De Boutique ที่ตั้งก็โอเคเลยทีเดียว คืออยู่ในพัทยาเหนือ ซอยพัทยา 1 ห่างจากหาดแค่ 50 เมตร (แต่พอเดินจริงคิดว่าน่าจะประมาณ 100 เมตรนะ) ตรงปากซอยจะมีโรงแรมใหญ่ชื่อ Markland and Spa และผับชื่อบ้านต้นไม้เขียว เข้าไปในซอยสักพัก ก่อนถึงโรงแรมจะเจอร้านอาหารเกาหลีชื่อ Koreana

 

ที่กินข้าวจิบน้ำข้างสระว่ายน้ำ

ที่กินข้าวจิบน้ำข้างสระว่ายน้ำ (รูปจากเว็บของโรงแรม)

 

โรงแรมมีเนื้อที่ค่อนข้างน้อย แต่ด้วยการออกแบบที่ดีทำให้ดูโปร่งและไม่อึดอัด ตัวตึกเป็นรูปเกือกม้า สูงแค่ 4 ชั้น (แต่รู้สึกจะมีชั้น 5 แบบไม่เต็ม) มีสระว่ายน้ำอยู่ตรงกลาง ทางขวามือของสระว่ายน้ำตามที่เห็นในรูปเป็นสปาและครัว+คอฟฟี่ช็อป มีโต๊ะเก้าอี้ไว้กินข้าวหรือนั่งชิว ๆ ข้างสระ

 

สระว่ายน้ำ จำกัดความสั้น ๆ คื�� สวย เล็ก เค็ม

สระว่ายน้ำ จำกัดความสั้น ๆ คือ สวย เล็ก เค็ม

 

สระว่ายน้ำทำซะสวยเก๋ มีรูปปั้นน้องปลาพ่นน้ำเป็นสายลงสระเป็นระยะ ด้านข้างยังมีน้ำตกให้รื่นรมย์ น้ำไม่เหม็นคลอรีน คิดว่าคงใส่น้อยแล้วเติมเกลือไปฆ่าเชื้อแทน ทำให้น้ำเค็มมาก (อร่อยกว่าเวลาเผลอกินน้ำสระคลอรีน) แต่ดูจะเป็นเครื่องประดับของโรงแรมมากกว่าจะเอาไว้ใช้จริง เพราะมันเล็กมากกกก ลงไปแหวกว่ายได้ 3-4 รอบก็ถึงขอบสระแล้ว แถมน้ำเค็มก็ทำให้ตัวลอย ประหยัดแรงว่ายไปอีกโข ถือว่าว่ายพอให้เย็นชื่นใจละกัน ถ้าอยากว่ายแบบหักโหมขอแนะนำให้เดินไปทะเลเลยจะได้อารมณ์กว่า

 

ห้��งพักแบบ Standard Boutique กว้างและ

ห้องพักแบบ Standard Boutique กว้างกว่าห้องธรรมดาที่เคยพัก

 

ช่วงนี้อยู่ในระยะโลว์ซีซั่นค่าที่พักเลยค่อนข้างถูก (1800 บาท ได้ส่วนลดจากการจองในเน็ตอีกเหลือ 1200 เอง) ห้องธรรมดา (Standard Boutique) ขนาด 28 ตารางเมตร เตียงคู่ มีโซฟาเบด พร้อมทีวีจอแบน 26″+เคเบิลทีวี ตู้เย็นและครัวเล็ก ๆ (ไม่มีเตาแต่มีอ่างล้างจาน) ห้องน้ำก็กว้างดี มีน้ำร้อน เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ใหม่ ห้องสะอาดและโปร่งดี มีระเบียงเล็กด้วย แต่หันไปทางที่ก่อสร้าง ไม่ค่อยโสภาเท่าไร โดยรวมแล้วอยากจะให้คะแนนเต็ม ข้อเสียอยู่ที่ไม่มีที่จอดรถ มีแต่ที่จอดมอเตอร์ไซค์ได้เล็กน้อย เพราะโรงแรมมีที่ค่อนข้างจำกัด ใครเอารถมาเองต้องจอดแอบไว้ข้างทางในซอย (ซึ่งก็ค่อนข้างแคบ) แล้วถ้าไม่เหลือที่ใกล้ ๆ โรงแรมก็ต้องไปหาที่จอดแอบไกลออกไปอีก

 

Kitchenette ห้��งน้ำ

Kitchenette และ ห้องน้ำ

 

ราคาที่พักรวมอาหารเช้าด้วย เป็นแบบเสิร์ฟต่อชุด ไม่ใช่บุฟเฟต์ และเติมไม่ได้ โดยมีให้เลือกระหว่างแบบฝรั่งกับแบบไทย แบบฝรั่งจะเป็นแบบฟูลคอร์ส (ขนมปังปิ้ง เนย แยม ไข่ดาว/ไข่คน และ เบคอน/ไส้กรอก/แฮม + น้ำส้มคั้น และชา/กาแฟ) แบบไทยจะเป็นข้าวต้มหมู ดูแล้วแบบฝรั่งน่าจะคุ้มกว่า เลยเลือกแบบฝรั่ง

 

เริ่มด้วยขนมปังโฮลวีท เนย และแยม น้ำส้มคั้นสด

เริ่มด้วยขนมปังโฮลวีท เนย และแยม ต่อด้วยน้ำส้มคั้นสด (แต่ไม่ 100%) กาแฟลืมถ่ายเพราะกำลังลงแดง

 

สถานที่ก็กินกันตรงบริเวณเล็ก ๆ ข้างสระว่ายน้ำน่ะแหละ แต่มีต้นไม้ทำให้ร่มรื่น อากาศตอนเช้า ๆ กำลังสบาย ๆ นั่งดูน้องปลา (รูปปั้น) ตัวเดิมที่ตอนนี้ไม่พ่นน้ำ (สงสัยเพราะไม่มีคนว่าย) อาหารดูจะน้อยและเติมไม่ได้ทำให้แอบเครียดว่าจะไม่อิ่ม แต่พอกินเสร็จก็โอเคแถมถ้าคิดดูดี ๆ อาหารเช้าที่ทำแบบบุฟเฟต์ก็มักจะใช้ของที่ด้อยคุณภาพกว่า แถมเป็นการเปลืองทรัพยากร ทำให้โลกร้อนด้วย (เหมือนปลอบใจตัวเองเลย) ว่าแล้วไปซื้อขนมกินที่แฟมิลี่มาร์ทต่อกันเถอะ!

 

ไข่คน หรื�� ไข่ดาว | แฮม หรื�� ไส้กร��ก หรื�� เบค��น 

ชีวิต = การเลือก | ไข่คน หรือ ไข่ดาว | แฮม ไส้กรอก หรือ เบคอน

 

ขณะที่กำลังเถียงกับพนักงานเสิร์ฟ ฉันก็นึกถึงหลักเศรษฐศาสตร์ขึ้นมา “ชีวิตคือการเลือก” ถ้าเลือกไข่คนก็อดไข่ดาว ถ้าเลือกไส้กรอกก็ไม่ได้แฮมกับเบคอน เราไม่สามารถได้ทุกอย่างที่เราต้องการ เพราะฉะนั้นเราเลยต้องเลือกสิ่งที่จะมีประโยชน์ต่อเราสูงสุดหรือสิ่งที่เราชอบที่สุด แล้วตัดใจปล่อยสิ่งที่ด้อยค่าลงมาสำหรับเรา เศรษฐศาสตร์คือ “ศาสตร์แห่งความสิ้นหวัง” เมื่อชีวิตถูกกำกับโดยการแก่งแย่งชิงดี ด้วยทรัพยากรมีจำกัด แต่ความต้องการของคนกลับไม่สิ้นสุด

เห็นไหม แค่อาหารเช้ายังทำให้เราคิดได้ (หรือว่าได้คิด?)

 



One Response to “แย่งกัน [พัก] ที่พัทยา”  

  1. ช่วงหยุดยาวนั้น แต่เราไม่ได้หยุดตรงวันศุกร์ ฮ่าฮ่า
    แต่ก็ได้ไปชลบุรี เพราะไปเยี่ยมคุณย่า ไปแค่วันเดียว
    จริงๆ ถ้าไปชลบุรี อยากแนะนำให้หาทางไปลองทานอาหารแถวแหลมฉบัง
    (แต่บอกวิธีไปลำบากนิดหนึ่ง ต้องเข้าไปแถวๆ นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง แล้วไปทางชุมชน)
    ชื่อร้าน ต้นมะขาม อร่อยมากกกกกกกกกกกกกก
    ไม่ได้เป็นอาหารทะเล แบบต้ม นึ่ง จิ้ม แต่เป็นอาหารไทยที่รสออกไปทางเมืองชล
    พูดแล้วก็อยากทานอีก


Leave a Reply