วันฝนพรำที่ Tsaritsyno
9 ก.ค. 54
เธอเอ๋ย…
เพิ่งจะมีเวลาเขียนอะไรหาเธอก็วันนี้แหละ ตั้งแต่มาถึงก็มัวยุ่งกับการจัดการเรื่องสัพเพเหระ หาที่พัก หาโต๊ะทำงาน แลกเงิน ซื้อซิมมือถือ ฯลฯ แถมฉันก็ดันทำเป็นขยันจัด จองตั๋วบินมาถึงวันอาทิตย์ วันจันทร์ถึงศุกร์ก็ไปที่ทำงานทุกวัน ไม่ได้ทำงานตลอดเวลาหรอกนะ แว่บไปทำธุระโน่นนี่บ้าง อ่านแฟ้มงานเก่าบ้าง คุยกับคนที่ทำงานของฉันมาก่อนบ้าง แต่ละวันผ่านไปรวดเร็วแบบไม่ต้องเหงาเลย
แต่เออ ฉันก็ยังคิดถึงพวกเธออยู่ดีนะ เป็นอารมณ์จะเม้าหรือนินทาด้วยซะหน่อย อ้าว หันไปไม่เจอใครเลยแฮะ เลยต้องเก็บเอาไว้เล่าให้เธอฟังตรงนี้นี่ไง
วันนี้วันเสาร์ ฉันเลยออกไปซิ่งให้ตรงกับปณิธานที่ตั้งไว้แต่แรกเริ่ม เธอคงรู้แล้วว่าฉันเคยเรียนที่มอสโกมาตั้ง 7 ปี กลับมาครั้งนี้ฉันเลยไม่ตื่นเต้นเท่าไร แต่เธอเอ๋ย ชีวิตการทำงานมันต่างจากชีวิตนักเรียนจริง ๆ นะ แค่สัปดาห์แรกฉันก็รู้สึกได้แล้ว ตั้งแต่การนั่งรถยนต์กับนายหน้าบ้านไปตระเวนหาบ้านพัก ก็แหม สมัยเป็นนักเรียนฉันได้นั่งรถยนต์บ่อยที่ไหน ส่วนมากก็มุดดินลงรถไฟใต้ดิน ทั้งเร็ว ทั้งสะดวก ทั้งอุ่น แล้วย่านที่ฉันอาศัยและทำงานก็ห่างจากมหาลัยที่ฉันเรียนม๊าก เลยรู้สึกว่ามันก็ไม่จำเจเท่าไรนัก
.
.
อีกอย่าง ด้วยความที่ตอนเป็นนักศึกษาที่นี่ฉันขี้เกียจมากถึงมากที่สุด เลยไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหน ตอนนี้กลายเป็นจุดดีเสียได้ เพราฉันเหลือสถานที่ที่ไม่เคยไปเที่ยวเต็มไปหมดเลย (ว่ะ) แถมบางที่ก็บูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นใหม่ อย่างสถานที่ที่ฉันไปมาวันนี้ Tsaritsyno เขาตั้งใจให้เป็นพระราชวังนอกเมืองของพระจักรพรรดินีแคทเธอรีนมหาราชที่ปกครองรัสเซียในช่วงศตวรรษที่ 18 แต่พอสร้างขึ้นมาได้สักพัก อยู่ ๆ แคทเธอรีนไม่โปรดซะงั้น เลยสร้างไม่เสร็จ เหลือเป็นซากตึกผุดมาแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ โดนทิ้งรกร้างอยู่ตั้งเป็นร้อยปีแน่ะเธอ ตอนหลังรัฐบาลสมัยโซเวียตให้ใช้ซากตึกที่มีอยู่เป็นที่พักอาศัยของประชาชน (น่าสงสารจัง) และพยายามจะฟื้นฟูขึ้นมาแต่ก็ไม่สำเร็จ จนในที่สุด เมื่อปี 2005-2007 นี่เองที่รัฐบาลท้องถิ่นกรุงมอสโก (เหมือนกรุงเทพมหานครของเราน่ะ) ช่วยสนับสนุนให้บูรณะขึ้นมาในฐานะสถานที่เชิงประวัติศาสตร์และเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน
.
.
ตอนแรกฉันนึกว่าจะไปเจอตึกเก่า ๆ ร้าง ๆ (ตามประสบการณ์ที่เคยมี) ที่ไหนได้ เดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าโอ่อ่าเชียวเธอ พอเดินเข้าไปก็เจอสวนหย่ายยยยย ตกแต่งอย่างดี ต้นไม้ใบไม้ดอกไม้สวยงาม เดินเข้าไปอีกหน่อยมีน้ำพุใหญ่พร้อมลำโพงบรรเลงเพลงแบบอินเตอร์ ไม่ใช่เพลงรัสเซียฉึกกะฉักตุก ๆ ตัก ๆ แบบที่เรามักจะได้ยินทั่วไป (ซึ่งฉันเกลียด ฮ่าๆ) อะโห ได้อารมณ์คลาสสิคดีจัง หลังจากนั้น เราต้องเดินขึ้นเขาฝ่าป่าดงเล็กน้อยเพื่อเข้าไปในอาณาเขตของตัววังเก่า ซึ่งก็ไม่น่าจะลำบากอะไรหากฝนไม่ดันตกลงมาเสียก่อน แต่แค่ฝนพรำ ๆ หยุดฉันไม่ได้หรอก ยังสามารถใช้มือนึงกางร่ม อีกมือนึงถ่ายรูป (แต่ภาพออกมาห่วยแตกใช้ได้เลยแฮะ)
.
.
ฝนหยุดคนรัสเซียไม่ได้เหมือนกัน ที่น่าสงสารคือคู่บ่าวสาวหลายคู่พร้อมเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ตั้งใจมาถ่ายรูปและฉลองการแต่งงานกันในสวน ต้องลากชายกระโปรงเรี่ยน้ำฝนจนผ้าดำเลยเธอ แต่ฉันเห็นเขาก็สนุกสนานกันดีอยู่นะ ส่วนมากเป็นคนหนุ่มสาว แถมยังสามารถคีบบุหรี่ดูดกันปุ๋ย ๆ เออ เก่งว่ะ
.
.
เดินมาเจอโบสถ์คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์รัสเซียก่อน ข้างในสวยจนอยากถ่ายรูปเก็บไว้ เพื่อความแน่ใจก็ถามป้าคนดูแลก่อน ป้าพยักหน้าหงึกหงักไม่ว่าอะไร เราก็ถ่ายง่วนไป แต่ด้วยความเกรงใจสถานที่ ก่อนถ่ายเราก็โค้งทีนึง ถ่ายเสร็จเราก็โค้งอีกที แล้วถ่ายไปหลายรูปมาก เลยโค้งไปโค้งมาตลอดเวลา ไม่รู้ป้าประทับใจเราอีท่าไหน อยู่ ๆ เดินเข้ามาบอกว่าจะพาเราไปดูไอคอน (รูปบูชาพระแม่มารี พระเยซู และนักบุญต่าง ๆ ของศาสนาคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์รัสเซ๊ย) งาม ๆ ถึงกับเอาสายกั้นออกให้เราเข้าไปในโซนหวงห้ามเชียวนา เราก็ยืนดู อื้ม งามฮ่ะป้า ไม่พอ ป้าบอกให้ถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยซิ เอ้า ให้ถ่ายก็ถ่าย ออกมาไม่สวยเท่าไรหรอกเพราะมืด แต่ซึ้งป้าจัง เห็นหน้าบูด ๆ จริง ๆ ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย ใจละลายเลย
.
.
จากนั้นก็เดินไปดูวังหลักซึ่งซ่อมแซมออกมาได้ดีมากทั้งรูปลักษณ์ภายในและภายนอก ความสะอาด เครื่องอำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการ โดยเฉพาะสำหรับคนพิการ ด้านในส่วนมากเป็นการแสดงวัตถุและภาพของวังเก่าเดิม รวมถึงนิทรรศการถาวรและขาจรต่าง ๆ เดินดูจนขาลากตาลายกันเลยทีเดียว นอกจากวังหลักก็มีตึกครัวด้านข้างหรือ Bread House เห็นชื่ออย่างนี้อย่านึกว่าเป็นตึกเล็ก ๆ หงิม ๆ นะยะ ครัวเขามี 3 ชั้น ออกแบบไว้ให้มีทั้งครัวหลวง ครัวทำขนม และครัวสำหรับคนทำงาน ที่เก็บวัตถุดิบสำหรับทำอาหารขนาดใหญ่ รวมถึงที่พักสำหรับคนทำงานครัว ส่วนตอนนี้กลายเป็นที่จัดนิทรรศการต่าง ๆ ฉันผู้ดูนิทรรศการจนเต็มอิ่มเลยค่อนข้างเอียน ไปสนใจห้อง Atrium ของตึกครัวที่เขากำลังซ้อมดนตรีกันอยู่ ไปสอบถามมาเลยได้ความว่าที่ Tsaritsyno นี้เขาเป็นสถานที่แสดงคอนเสิร์ตต่าง ๆ ด้วย ต้องลองซะหน่อยละ
.
.
ฉันก็เลยจับพลัดจับผลูได้ชมการแสดงดนตรีชุด “The Mechanic of Feelings” โดยคุณ Aleksei Shevchenko นักเปียโนและออร์แกนที่เคยแข่งขันในระดับสากลมาแล้ว (อ่านในสูจิบัตรน่ะ) และมีวิโอลามาแจมด้วยในบางเพลง แม้เก้าอี้จะนั่งไม่สบายและดันกระแดะไปซื้อตั๋วแถวหน้าสุดทำให้ไม่สามารถนั่งแผละได้ แต่ฉันก็ยังซึ้งได้อยู่นะ ชอบบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง นักดนตรีเป็นพิธีกรเองและแนะนำเพลงที่กำลังจะเล่นให้ฟังก่อนด้วย นอกจากนี้ ห้อง Atrium ที่ไม่ใหญ่นัก แต่มีเพดานสูงกรุกระจกใสทำให้ภายในสว่างไสว และเสียงดนตรีก้องดีด้วย (แม้จะมีเสียงรบกวนเป็นระยะ เช่น คนกดลิฟท์ ไอ จาม ฯลฯ) ทั้งนี้ อย่าให้ฉันวิจารณ์ดนตรีคลาสสิคนะ ไม่มีความรู้พอ แค่นั่งฟังแล้วฉันรู้สึกเพราะ บรรยากาศดี ฉันก็มีความสุขได้แล้วเธอเอ๋ย
.
.
ออกจาก Tsaritsyno ตอนทุ่มกว่า ๆ ท้องฟ้ายังสว่างไสวอยู่เลย ฝนจางหายไปแล้ว ผู้คนยิ่งหลั่งไหลเข้ามา อากาศท่ามกลางต้นไม้ช่างสดชื่น เออแฮะ มีความสุขดีจัง
ฉันสบายดี อาทิตย์หน้าจะหาอะไรทำแล้วมาเล่าให้ฟังอีกนะ
บายยยยยยยยย
ฉันเอง
.









อ่านเพลินเลยครับ รอฟังประสบการณ์การท่องเที่ยวครั้งหน้านะครับ