ร้านหนังสือที่รัก 01 ตอน ท่องถนนคนขายเนื้อ

Thanks God It’s Friday! ฉลองเย็นวันศุกร์เปลี่ยว ๆ ที่ไม่เหี่ยวเฉาด้วยการให้รางวัลตัวเอง เริ่มจากเปิดแผนที่กูเกิ้ลดู ย้ายบ้านมาได้เกือบเดือนแล้วก็ยังไม่ได้สำรวจรอบบ้านเท่าไร อย่ากระนั้นเลย เราไปเดินย่ำเท้ารอบย่านหมู่เฮาเทอญ

บ้านของฉันตั้งอยู่บนถนน Myasnitskaya ห่างจากจตุรัสแดงใจกลางกรุงมอสโกไม่ถึงสองกิโลเมตร ฟังดูดีไหมคะ แต่ก็ทำให้ฉันอยู่ห่างไปจากบ้านของเพื่อนร่วมงานในสถานทูตออกไปพอสมควร เดินไปกลับจากที่่ทำงานก็นานกว่าบ้าง ซึ่งฉันก็โอเคอยู่ เพราะบ้านไม่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินนัก ถ้าขี้เกียจเดินก็มุดลงใต้ดินเอา สิ่่งที่ฉันชอบก็เพราะเป็นย่านที่อุดมไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ ให้ทำ ไม่ว่าจะเป็นโรงหนัง โรงละคร สวนสาธารณะ สระน้ำ ร้านหนังสือ โรงเรียนสอนยูโด ร้านอาหาร เธค ผับ ฯลฯ (ถึงแม้สองอย่างหลังฉันจะไม่ค่อยได้ใช้บริการก็ตาม ;P)

ถนน Myasnitskaya แปลเป็นไทยได้ว่า “ถนนคนขายเนื้อ” เพราะในสมัยก่อนถนนนี้เคยเป็นย่านตลาดขายเนื้อสดมาก่อน แต่ในสมัยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช ถนนสายนี้กลายเป็นเส้นทางที่พระองค์ทรงใช้เสด็จฯ จากพระราชวังเครมลินไปยังย่านคนเยอรมัน ตลาดเนื้อสดเลยถูกย้ายไปที่ย่านอื่นเพื่อให้ทัศนียภาพสวยงามขึ้น แต่ก็ยังรักษาชื่อถนนไว้ดังเดิม แม้ว่าภายหลังจะกลายเป็นย่านที่พักอาศัยของชนชั้นสูงก็ตาม

วันนี้เรามีเวลาน้อยเพราะกว่าจะออกจากที่ทำงานก็เย็นแล้ว เลยตั้งธีมแบบถ่อมเนื้อถ่อมตัว แค่เดินจากบ้านไปให้สุดถนน Myasnitskaya  ที่จตุรัส Lyubyanka แล้วเลี้ยวไปหน่อย จึงเดินกลับบ้านทางถนน Bolshaya Lyubyanka ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางจะเป็นรูปสามเหลี่ยมแบบนี้

เส้นทางเดินสำรวจแถวบ้านวันนี้ Myasnitskaya St. – Bolshaya Lyubyanka St.

เดินไปได้ไม่กี่นาทีก็เจอะร้านหนังสือ Respublika (Republic) เลยแวะซะหน่อย ดูจากภายนอกก็สวยงามส่องสว่างไฮโซพอสมควร แต่พอเข้าไปข้างในกลับรู้สึกถึงความร้อน… ไม่ติดแอร์ฮ่ะ คนขายอัธยาศัยดียิ่งนัก รีบทักทาย “หาอะไรครับ ให้ช่วยอะไรไหม” เอ่อ สูข้าก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอยากได้อะไร จริง ๆ แล้วคือไม่ต้องการอะไรเลย และไม่ควรจะซื้ออะไรด้วย เพราะหนังสือที่หนีบมาจากเมืองไทยก็ยังอ่านไม่จบสักเล่ม เลยส่งยิ้มหวานบอกไปว่า “ยังก่อนค่ะ” แล้วก็ก้มหน้าก้มตาดูของไป สินค้าเครื่องเขียน ครีเอทีฟ น่ารักมาก นำเข้ามาจากยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลี ตรึม! แต่ราคาโก่งกันสุดฤทธิ์อ่ะ สมุดลายน้องแมว Jeton ที่เราหลงรักจากเกาหลี ห้าร้อยกว่าเบิ้ล (ประมาณ 700 บาท) กลับเมืองไทยไปขนจากสำเพ็งมานั่งขายหน้าร้านมันท่าจะรวยแฮะเรา

Respublika: Books, Music, Perspective

ขึ้นไปดูมุมหนังสือภาษาอังกฤษที่ชั้นสอง มีน้อยกว่าที่คิด ราคาก็ไม่ค่อยถูก เลยไม่ซื้ออะไรดีกว่า (แอบโล่งอก) แต่พอลงมาข้างล่างที่มุมหนังสือภาษารัสเซียก็เกิดไปเห็น By the River Piedra I Sat Down and Wept ของ Paulo Coelho ซึ่งเป็นหนังสือที่หลงรักชื่อเรื่องมานานแล้ว (โดยไม่เคยรู้เลยว่าเขาเขียนเกี่ยวกับอะไร) เลยหยิบมาสักหนึ่งเล่มจะเป็นไรไป เผื่อเกิดแรงบันดาลใจไปนั่งร้องไห้แถวแม่น้ำมอสควาเลียนแบบเขามั่ง

หน้าร้าน-ในร้าน Respublika

หลังจากออกมานอกร้านพร้อมกับหนังสือ 1 เล่มและวารสาร (ฟรี) 1 ฉบับ เราก็ย่ำเท้าตามถนนคนขายเนื้อต่อไป ส่วนมากเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านนั่งดื่มชิลล์ ๆ ผับ บาร์ แซมด้วยการก่อสร้างบูรณะตึก บางช่วงเหลือถนนแค่เลนเดียว เห็นรถติดแล้วอนาถแกมสะใจเล็กน้อย (เพราะเราไม่ขับรถ ฮ่าๆ)

และแล้ว… เราก็เจอร้านหนังสือร้านที่สองบนถนนสายนี้ ชื่อว่าร้าน BookVyshka เป็นของมหาวิทยาลัย Higher School of Economics ซึ่งเคยอ่านถึงว่าเรตติ้งดี น่ามาเรียน (เท่าที่รู้ยังไม่มีนักศึกษาไทยคนไหนมาเรียนที่นี่ อยากให้มีเหมือนกัน) ดูจากภายนอกก็เก่า ๆ แคบ ๆ ไม่น่าสนใจอะไร แต่พอเข้าไปกลับผิดคาด หนังสืออัดแน่นทั้งหนังสือเรียน เรื่องแต่ง และหนังสือภาษาอังกฤษ แถมติดแอร์อีกตะหาก ที่สำคัญราคาถูกกว่าร้านตะกี้ด้วย อดใจไม่ไหวต้องหยิบ Roses ของ Leila Meacham ไม่เคยรู้จักทั้งคนเขียนและหนังสือมาก่อนหรอก แต่เห็นมันจั่วไว้ว่าเป็น The New York Times Bestseller ประกอบกับกำลังขาดนิยายรักในชั้นหนังสือ เลยหยิบมาเผื่อเกิดอารมณ์โหยหาความหวานในชีวิต

หน้าร้านหนังสือ “BookVyshka”

ที่ถูกใจคนซื้ออย่างเราที่สุดก็ตอนเดินไปจ่ายตังค์ ป้าคนขายแกถามว่า “เป็นนักศึกษาหรือเปล่า?” ประมาณว่าจะได้ส่วนลด แหม่ ๆ ก่อนมาก็ลืมไปทำบัตร ISIC ปลอมแถวข้าวสาร เสียดายจริง ๆ แต่พอจะแกล้งอำป้าว่าเป็นนักศึกษา ปรากฏว่าเขาลดให้เฉพาะนักศึกษาที่เรียนมหาลัยเขาเองน่ะ…  – -”  ยังไงก็อดอ่ะนะ แต่ช่างเหอะ แค่ป้ามองหนูเป็นนักศึกษาก็ทำให้หนูมีความสุขพอแล้วล่ะ แถมก่อนออกก็ขอป้าชักรูปสองที ป้าก็พยักหน้าหงึกหงัก ๆ เลยได้บรรยากาศในร้านมาอวดด้วย

บรรยากาศภายในร้าน BookVyshka

เดินต่อไปอีกไม่กี่นาทีก็เจอเข้ากับตีกเลขที่ 6/3 ถนน Myasnitskaya ที่ตั้งของร้านหนังสือที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของรัสเซียและในยุโรป Biblio-Globus (อ่านแบบรัสเซียได้ว่า บิบ-ลิ-โอ-โกล-บุส) ร้านนี้เขามีประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปี 1957 และยังคงรักษาคอนเซปต์ความเก่าแก่ไว้อย่างเหนียวแน่น กล่าวคือ ร้านดูเชยมากค่ะ แต่ก็เชยแบบน่ารักนะเออ ทั้งป้าย สัญลักษณ์ ชั้นหนังสือ การวางเรียง มันดูคลาสสิคไม่ซ้ำใครดี เอาคอมพิวเตอร์มาตั้งเพื่อช่วยลูกค้าหาหนังสือให้เจอยังดูขลัง ๆ ได้เลย

หน้าร้าน Biblio-Globus ในช่วงเริ่มสนธยา

ร้านนี้มี 3 ชั้น แต่เราเดินประจำอยู่แค่สองชั้นแรกเท่านั้น ถ้าใครมาครั้งแรกจะงง แต่สักพักจะปรับโหมดได้เอง เขาแบ่งหนังสือออกตามหมวด เช่น ท่องเที่ยว ไลฟ์สไตล์ ประวัติศาสตร์ สังคม ฯลฯ ใส่รวมกันในห้องที่มีเลขกำกับ เช่น ห้อง 8 หนังสือตามวิชาชีพ ก็จะมีสาขาคอมพิวเตอร์ บัญชี โฆษณา อาหาร คมนาคม ฯลฯ เรียกว่าห้อง แต่จริง ๆ ไม่ได้มีผนังอะไรกั้นหรอก เป็นเพียงอาณาบริเวณที่เต็มไปด้วยชั้นหนังสือพร้อมป้ายกำกับเท่านั้นเอง ดังนั้น ถ้ามีอะไรในใจแนะนำให้ไปถามพนักงานเลย แต่ถ้าไม่มีเป้าหมายอะไรเป็นพิเศษก็เดินดูไปเรื่อย ๆ เพลินดี หนังสือเขาเยอะสมกับที่คุยไว้ว่ามีเยอะกว่า 250,000 หน้าปก (ไม่ได้นับเป็นเล่ม แต่นับตามเรื่อง) ขณะที่พื้นที่จำกัด เขาเลยต้องอัดหนังสือไว้ตั้งแต่พื้นยันเพดาน พร้อมมีอุปกรณ์โคตรไฮเท็คให้เราได้ใช้บริการ ได้แก่ … “บันได”  ลากเอง ปีนเอง หยิบเอง  สนุกดีแฮะ

บรรยากาศภายในร้าน Biblio-Globus

และแล้วเท้าก็พามาเจอจุดเสียตังค์แห่งสุดท้าย แอ่นแอนแอ๊น หมวดหนังสือภาษาอังกฤษนั่นเอง จริง ๆ ก็อยากได้หลายเล่มอยู่ แต่รู้ตัวว่าความเร็วในการอ่านตอนนี้ระดับกะดึ้บติดลบสาม เลยเอามาพอหอมปากหอมคอสักสองเล่มก่อน ได้แก่ Sputnik Sweetheart โดย Haruki Murakami ซึ่งอยากอ่านมานานแล้ว ชอบหน้าปกเวอร์ชั่นสำนักพิมพ์ Vintage มาก ดีใจที่ได้มีไว้ในครอบครองกับเขาสักหนึ่งเล่ม และยังเป็นหนังสือของมูราคามิที่เป็นภาษาอังกฤษเล่มแรกของเราอีกด้วย (เคยมีภาษารัสเซียเล่มนึง และภาษาไทยอีกหลายเล่ม)  จำได้ว่ามีคนบอกให้อ่านหนังสือมูราคามิเป็นภาษาอังกฤษดีกว่า (แน่นอนว่ารองจากภาษาญี่ปุ่น แต่คงมีไม่กี่คนที่จะอ่านไหว) เพราะพอแปลแล้วสำนวนมันก็ต่างกันไปตามสไตล์คนแปล

ส่วนเล่มที่สองและรายการสุดท้ายของวันนี้ คือ The Guernsey Literary and Potato Peel Pie Society โดย Mary Ann Shaffer และ Annie Barrows ซึ่งก็ซื้อแบบมักง่ายอีกละ เห็นมันเป็นหนังสือขายดี คนแนะนำ เล่มเล็กดี เลยจะเอาไว้พกอ่านระหว่างเดินทาง เท่านั้นเอง

เดินออกมาฟ้าเริ่มหม่น แขนเริ่มล้าตามน้ำหนักของหนังสือที่เพิ่มขึ้น นี่เพิ่งเดินได้ครึ่งทางที่กะไว้เองนะ เดินหักมุมไปตามจตุรัส Lyubyanka ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของ KGB หน่วยข่าวกรองชื่อดังของรัสเซีย ตอนเรียนอยู่ที่นี่เคยมาเดินถ่ายรูปเล่นแถวนี้แล้วโดนตำรวจเรียกให้ลบรูปทิ้งด้วยแหละ ด้วยความหวาดระแวงเลยไม่กล้ายกกล้องขึ้นชักรูปอะไรเลย ใช้สายตาเราเองบันทึกภาพไว้ในหัวดีกว่าเนอะ

ร้านหนังสือศาสนา ในย่านคนเที่ยวกลางคืน ว้าว

เดินตามถนน Bolshaya Lyubyanka แล้วก็เห็นร้านหนังสือคริสต์นิกายออร์โธดอกซ์รัสเซียที่ตั้งอยู่ข้างโบสถ์ ส่วนข้างโบสถ์อีกทีน่ะเหรอ… ก็ผับไง คอนทราสต์กันดีจริง ๆ ว่าแล้วก็เก็บรูปมาเป็นที่ระลึกหนึ่งรูป

สรุปความเสียหายวันนี้:

แค่ร้านละเล่มสองเล่ม มันก็กลายเป็นหลายเล่มได้แฮะ – -“
About these ads
  1. ถ่าย 1Q84 ทั้งสามเล่มมาล่อใจเลย :)
    รอสำนักพิมพ์กำมะหยี่แปลไทยอยู่

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: