<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Planetarium</title>
	<atom:link href="http://mafee.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://mafee.wordpress.com</link>
	<description>my observation</description>
	<lastBuildDate>Sun, 25 Oct 2009 15:00:27 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='mafee.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/243e10f88c7d1d13c131b1fa69838e28?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Planetarium</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com</link>
	</image>
			<item>
		<title>หนังสือที่อ่านไม่จบ กับโพสต์ที่เขียนไม่เสร็จ</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 25 Oct 2009 15:00:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Books]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=511</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ตอกย้ำกันถึงความตะกละตะกรามและจับจดของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ถ้าเปรียบเป็นพล็อตเรื่อง ก็ต้องบอกว่ามีตัวจุดชนวนคืองานสัปดาห์หนังสือ ที่จัดขึ้นวันนี้ (25 ต.ค. 2552) เป็นวันสุดท้าย ทุกครั้งเมื่อฉันเริ่มได้ข่าวว่าจะมีงานสัปดาห์หนังสือ ส่วนมากก็ประมาณเดือนนึงก่อนจะเริ่มงาน ฉันจะพยายาม &#8220;เก็บกวาด&#8221; หนังสือที่ซื้อมาประดับหิ้ง จะได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่หน้าตาจุ๋มจิ๋มมาตั้งเรียงกันต่อ
แน่นอนว่า ทุกครั้ง ก็ไม่สามารถเก็บกวาดได้หมดเกลี้ยง เหลือไว้ทั้งเล่มบ้าง ครึ่งเล่มบ้าง เสี้ยวเล่มบ้าง พอไปเดินในงานก็พยายามหักห้ามใจไม่ซื้อเล่มใหม่ แต่ไปเดินทั้งทีมันก็ต้องคว้า อดใจไม่ไหวจริง ๆ
เพราะงั้นเดือนนี้ฉันจึงปลิดชีวิตหนังสือจนจบสิ้นกระบวนท่าไปได้หลายเล่ม
นั่งมองดูหิ้งหนังสือตัวเองแล้วก็ตลก เพราะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันตลุยหนังสือนำเที่ยวไปพร้อม ๆ กัน 5 เล่ม
เช้ากินข้าวไปพร้อมกับชีพจรในโปรวองซ์ สายเอนหลังเที่ยวสเปน บ่ายนั่งฝันถึงเมืองโบราณในศรีลังกาค่ำก็ซอกแซกปากีสถานเล็กน้อยก่อนนอน
.
.
 .
 A Year In Provence โดย Peter Mayle
 หนึ่งปีแสนสุขในโปรวองซ์ &#124; งามพรรณ เวชชาชีวะ แปล
.
เล่มนี้ ดองมาหลายเดือน ทั้ง ๆ ที่เป็นหนังสือที่สนุกและดังมาก ๆ การันตีโดยรางวัลและยอดขายกันทีเีดียว
เป็นหนังสือที่มีอะไรมากกว่าหนังสือท่องเที่ยวนะ และจะว่าไป ไม่ควรจะอยู่ในหมวดหมู่ของหนังสือท่องเที่ยวด้วยซ้ำไป ออกจะเป็นการตั้งรกรากมากกว่า
คุณปีเตอร์ เมล และภรรยา ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=511&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ช่วงนี้ตอกย้ำกันถึงความตะกละตะกรามและจับจดของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า</p>
<p>ถ้าเปรียบเป็นพล็อตเรื่อง ก็ต้องบอกว่ามีตัวจุดชนวนคืองานสัปดาห์หนังสือ ที่จัดขึ้นวันนี้ (25 ต.ค. 2552) เป็นวันสุดท้าย ทุกครั้งเมื่อฉันเริ่มได้ข่าวว่าจะมีงานสัปดาห์หนังสือ ส่วนมากก็ประมาณเดือนนึงก่อนจะเริ่มงาน ฉันจะพยายาม &#8220;เก็บกวาด&#8221; หนังสือที่ซื้อมาประดับหิ้ง จะได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่หน้าตาจุ๋มจิ๋มมาตั้งเรียงกันต่อ</p>
<p>แน่นอนว่า ทุกครั้ง ก็ไม่สามารถเก็บกวาดได้หมดเกลี้ยง เหลือไว้ทั้งเล่มบ้าง ครึ่งเล่มบ้าง เสี้ยวเล่มบ้าง พอไปเดินในงานก็พยายามหักห้ามใจไม่ซื้อเล่มใหม่ แต่ไปเดินทั้งทีมันก็ต้องคว้า อดใจไม่ไหวจริง ๆ</p>
<p>เพราะงั้นเดือนนี้ฉันจึงปลิดชีวิตหนังสือจนจบสิ้นกระบวนท่าไปได้หลายเล่ม</p>
<p>นั่งมองดูหิ้งหนังสือตัวเองแล้วก็ตลก เพราะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันตลุยหนังสือนำเที่ยวไปพร้อม ๆ กัน 5 เล่ม</p>
<p>เช้ากินข้าวไปพร้อมกับชีพจรในโปรวองซ์ สายเอนหลังเที่ยวสเปน บ่ายนั่งฝันถึงเมืองโบราณในศรีลังกาค่ำก็ซอกแซกปากีสถานเล็กน้อยก่อนนอน</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/a_year_in_provence.jpg"><img class="size-full wp-image-512 alignleft" title="A_Year_In_Provence" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/a_year_in_provence.jpg?w=168&#038;h=246" alt="A_Year_In_Provence" width="168" height="246" /></a> .</p>
<p><strong> A Year In Provence โดย Peter Mayle</strong></p>
<p><strong> หนึ่งปีแสนสุขในโปรวองซ์ | งามพรรณ เวชชาชีวะ แปล</strong></p>
<p>.</p>
<p>เล่มนี้ ดองมาหลายเดือน ทั้ง ๆ ที่เป็นหนังสือที่สนุกและดังมาก ๆ การันตีโดยรางวัลและยอดขายกันทีเีดียว</p>
<p>เป็นหนังสือที่มีอะไรมากกว่าหนังสือท่องเที่ยวนะ และจะว่าไป ไม่ควรจะอยู่ในหมวดหมู่ของหนังสือท่องเที่ยวด้วยซ้ำไป ออกจะเป็นการตั้งรกรากมากกว่า</p>
<p>คุณปีเตอร์ เมล และภรรยา ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ ได้ไปซื้อบ้านและใช้ชีวิตปักหลักอยู่ที่แคว้นโปรวองซ์อัน แหล่งท่องเที่ยวโด่งดังแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส และถ่ายทอดประสบการณ์ 1 ปีที่นั่นออกมาทีละเดือน สภาพชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อนบ้านชาวโปรวองซ์ ร้านอาหารตามชนบทรสชาติเยี่ยม การซ่อมบ้าน การขุดหาเห็ดทรัฟเฟิลล์ การปลูกองุ่นและทำไวน์ ฯลฯ นี่มันลึกกว่าการ &#8220;แค่&#8221; ไปเที่ยวมากนัก</p>
<p>จุดเด่น คงจะเป็นภาษาที่เขียนออกมาสำบัดสำนวนสนุกสนานเหลือใจ มีภาษาฝรั่งเศสแซมมาเป็นระยะ บวกกับฝีมือการแปลของคุณงามพรรณ อ่านแล้วลื่นไหล</p>
<p>แต่ฉันก็ไปสะดุดอะไรเข้าจนได้ อะไรก็ไม่รู้ จนบัดนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ฉันอ่านแบบติดหนึบมา 3-4 วัน แล้วกลับเลิกอ่านไป 3-4 เดือน จนสุดท้ายก็หยิบกลับมาอ่านจนจบภายใน 3-4 ชั่วโมง</p>
<p>หรือว่ามันจะศิวิไลซ์เกินไป เลยเกิดความเอียน โหยหาความดิบเถื่อน บ้า ๆ บอ ๆ ไม่รู้ ไม่รู้จริง ๆ</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/magic_of_lanka.gif"><img class="size-medium wp-image-514 alignleft" title="Magic_of_Lanka" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/magic_of_lanka.gif?w=166&#038;h=240" alt="Magic_of_Lanka" width="166" height="240" /></a> .</p>
<p><strong>มนต์ขลังลังกา โดย พนิดา อังจันทรเพ็ญ</strong></p>
<p>.</p>
<p>เล่มนี้มาจากลูกบ้าเที่ยวล่าสุดของฉัน คือฉันกำลังวางแผนจะไปเที่ยวศรีลังกา ประเทศที่มวลชนคนทั่วไปเขาไม่ไปกัน ดังนั้นเลยหาหนังสือท่องเที่ยวหรือแม้แต่เรื่องราวในอินเตอร์เน็ตยากพอสมควร พอไปเจอเล่มนี้ในร้านหนังสือก็เลยคว้าหมับ &#8230;. สัปดาห์ที่แล้วไปเจอมันวางอยู่ในชั้น &#8220;ลดกระหน่ำ&#8221; ของเครืออมรินทร์ ทำเอาซึม&#8230;</p>
<p>เล่มนี้ก็เช่นเดียวกับเล่มข้างบน คือไม่ถึงกับเป็นหนังสือท่องเที่ยวเต็มตัว ออกจะเน้นเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาเป็นหลัก โดยมีการเดินทางเป็นตัวดำเนินเรื่อง และเสริมเกร็ดและประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ในศรีลังกาเป็นระยะ</p>
<p>อ่านแล้วก็ยิ่งอยากไปเห็นสถานที่ต่าง ๆ ที่อาจจะดูไม่ได้สวยงามวิลิศมาหรานัก แต่ประวัติศาสตร์เบื้องหลังมัน ประกอบกับพลังศรัทธาของคนต่างหากที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า เฮ้อ&#8230;ว่าแล้วก็กลุ้ม หาคนไปด้วยไม่ได้สักที ทำไมมีฉันคนเดียวหรือไงหว่าที่รู้สึกว่าศรีลังกามันน่าไป เออ หรือว่าฉันจะเป็นเหมือนนางเอกเรื่อง &#8220;สิคีรียา&#8221; ของโสภาค สุวรรณ กลับชาติมาเกิด อะฮึ้ยๆ (นวนิยายเรื่องนี้ฉันก็ไปหามาอ่านตอนวางแผนทริปไปศรีลังกาเช่นกัน)</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/peal_of_indian_ocean.jpg"><img class="size-full wp-image-517 alignleft" title="Peal_of_Indian_Ocean" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/peal_of_indian_ocean.jpg?w=165&#038;h=270" alt="Peal_of_Indian_Ocean" width="165" height="270" /></a> .</p>
<p><strong> หยาดมุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย โดย โสภาค สุวรรณ</strong></p>
<p>.</p>
<p>เรายังคงไปไม่จากศรีลังกา ความพอใจของฉันยังไม่หยุดอยู่ที่หนังสือเพียงเล่มเดียว หึ ๆ</p>
<p>เล่มนี้ฉันอ่านต่อจากนวนิยายเรื่อง &#8220;สิคีรียา&#8221; ที่กล่าวถึงข้างต้น ผู้แต่งน่าจะประพันธ์ขึ้นในโอกาสเดียวกัน คือ เมื่อครั้งที่ได้ไปท่องเที่ยวอยู่ในศรีลังกา ตั้ง 20-30 ปีมาแล้วมั้ง เพราะหนังสือเล่มนี้มันไม่ยอมพิมพ์ปีที่ผลิต แต่เดาเอาจากรอยปั๊มของห้องสมุดที่ยืมมา มันตีตราว่าซื้อมาตั้งแต่ ก.พ. 2528 &#8230; อิฉันเพิ่งลืมตามาดูโลกไม่กี่ปีเองนะนั่น</p>
<p>เป็นสารคดีท่องเที่ยวที่อ่านสนุกแม้จะแต่งไว้หลายปีดีดักแล้ว สำนวนของคุณโสภาคคงไม่ต้องพูดถึง แต่ที่ฉันชอบคือบรรยากาศที่อบอุ่นและสงบสุขที่แทรกซึมอยู่ในเรื่องราวต่าง ๆ คาดว่าคุณโสภาคคงใช้เวลาอยู่ในศรีลังกานานพอสมควร (น่าจะเกินเดือน) เพราะได้ไปสถานที่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ชีวิตของผู้คน ฯลฯ มาเล่าสู่กันฟัง</p>
<p>ใครที่เบื่อหนังสือท่องเที่ยวสมัยปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยรูปภาพแต่ขาดความละเมียดละไมในการร้อยเรียงถ้อยคำ หรือไม่ก็ฉาบฉวยในการเล่าเรื่องราว ลองไปหามาอ่านดู แต่คงหายากหน่อย เพราะไม่เห็นปรากฏว่าจะมีพิมพ์ใหม่วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป คงต้องไปเสาะหากันในห้องสมุดซะละมั้ง</p>
<p>ปล. ฉันยังอ่านไม่จบแหละ ว่าจะเก็บไว้อ่านทีละนิดละหน่อย สะสมไว้ตอนได้ไปจริง&#8230; จะได้ไปไหมหว่า??</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/bookfair2009001.jpg"><img class="size-medium wp-image-519 alignleft" title="bookfair2009001" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/bookfair2009001.jpg?w=180&#038;h=240" alt="bookfair2009001" width="180" height="240" /></a>.</p>
<p><strong>ไม้เท้า น้ำเต้า และเปลือกหอย โดย จันทรำไพ</strong></p>
<p>.</p>
<p>ปกติฉันชื่นชอบผลงานของคุณจันทรำไพมากทีเดียว แต่เล่มนี้อ่านมาหลายเดือนแล้วยังไปได้ไม่กี่หน้า&#8230;จากสี่ร้อยกว่าหน้า เหอ ๆ</p>
<p>เป็นเรื่องของการเดินทางบนเส้นทางจาริกแสวงบุญของผู้แต่ง เพื่อไปให้ถึง &#8220;ซันเตียโก้&#8221; ทางเหนือของสเปน เกริ่นมาแค่นี้ก็รู้สึกว่ามันแสนจะน่าอ่าน</p>
<p>แต่ไม่รู้ทำไม อ่านได้ไม่เท่าไรก็วางมือ&#8230; สงสัยจะยังบาปหนักอยู่ละมัง</p>
<p>เขียนอะไรไม่ออกละ&#8230; ก็อ่านไปได้ไม่กี้หน้าเองนี่หว่า แหะ ๆ</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/pakistan.jpg"><img class="size-medium wp-image-521 alignleft" title="Pakistan" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/pakistan.jpg?w=199&#038;h=240" alt="Pakistan" width="199" height="240" /></a>.</p>
<p><strong>อินชา อัลลอฮ์ ตามประสงค์ของพระเจ้า</strong></p>
<p><strong>โดย ภาณุ มณีวัฒนกุล</strong></p>
<p>.</p>
<p>เล่มนี้ไปซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือครั้งล่าสุดที่เพิ่งจบไป</p>
<p>ยอมรับว่า ซื้อด้วยความงกและหน้าปกเป็นหลัก คือมันลดเยอะน่ะ หน้าปกก็ซ้วย สวย ขนาดเล่มก็กำลังเหมาะมือ แถมปากีสถานเหรอ ประเทศแปลก เมืองที่คนเขาไม่ค่อยไปกัน ชอบนักล่ะ</p>
<p>แต่จะว่าไปนะ ปากีสถานนี่ ให้ไปก็คงคิดหนักอยู่ ต่อให้รูปประกอบในเล่มจะสวยมากเลยก็เหอะ เอาวะ ถือว่าอ่านล่วงหน้า เผื่อวันดีคืนดี จับพลัดจับผลูได้ไปขึ้นมา ยังพอจะรู้ว่า เออ ในโลกนี้มีเมืองชื่อตักศิลาจริงด้วยว่ะ! (นึกไปถึงสถาบันสอนตัดเสื้อไม่ก็ลีลาศไปก่อนเลย)</p>
<p>การเอาหนังสือเล่มนี้มารวมอยู่ในลิสต์ &#8220;กำลังอ่าน&#8221; ก็ค่อนข้างจะขี้ตู่เล็กน้อย เพราะจริง ๆ แล้วเพิ่งจะเปิดไปไม่กี่หน้าเอง</p>
<p>.</p>
<p>.</p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8211;</p>
<p>ไม่น่าเชื่อ ในที่สุดโพสต์นี้ก็เขียนจบ</p>
<p>วันนี้เปิดบล็อคมาดูเล่น ๆ เฮ้ย drafts ตรึมเลยแฮะ</p>
<p>บางฉบับเขียนไปจนเกือบจบแล้ว จบไม่ลง ซะงั้น หยุดไป และไม่มีอารมณ์มาต่ออีกเลย</p>
<p>บางฉบับนั่งไอเดียบรรเจิดมาสักพัก พอเปิดคอม นั่งลงจะเขียน ปรากฏว่าเขียนไปแต่ชื่อเรื่องและเกริ่นนำ ที่เหลือต่อไม่ติด ซะงั้น</p>
<p>และที่เป็นคล้ายกันหมดก็คือ เวลาหยุดไปแล้ว กลับมาคราวหน้าก็อยากเขียนเรื่องอื่นไปแล้วเรียบร้อย</p>
<p>อันไหนค้างไว้ ก็เลยค้างกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็น</p>
<p><strong>&#8220;มะนิลา วันละกิโล&#8221; </strong> ว่าจะเขียนตอนต่อของทริปที่ไปมะนิลามาตั้งแต่ ก.ย. ปีที่แล้ว ก็ไม่ได้เขียน จนจะลืมไปแล้ว</p>
<p><strong>&#8220;สิคีรียา&#8221;</strong> ว่าจะเขียนถึงนวนิยายเรื่องนี้ ตอนนั้นเพิ่งอ่านจบใหม่ ๆ กำลังอินมาก นั่งลงหน้าคอม อินจัด เขียนไม่ลง ซะงั้น</p>
<p><strong>&#8220;[Live Action] Maison Ikkoku&#8221;</strong> กะไว้ว่าจะเขียนถึง dorama ให้บ่อยขึ้น พอดูเรื่องนี้จบเลยว่าจะรีวิวดู แต่ขี้เกียจกะทันหัน</p>
<p><strong>&#8220;Korea แล้วแต่จะคิด&#8221; </strong> ทริปเกาหลีเมื่อ มี.ค. ปีที่แล้ว จริง ๆ เขียนจบและ publish เรียบร้อยแล้ว จนมีคนมาเมนต์แล้วด้วย แต่พออ่านอีกทีรู้สึกมันไม่ค่อยสมบูรณ์ เลยดึงกลับแล้วว่าจะเขียนต่อ หลังจากนั้นยุ่งมากเลยเลิกเขียนไปเลย</p>
<p>ฯลฯ</p>
<p>.</p>
<p>เคยเขียนไว้ที่อีกบล็อคหนึ่ง หลังจากได้อ่านบทความของคุณนิ้วกลม ที่ชื่อว่า <a href="http://roundfinger.exteen.com/20081017/entry"><strong><a>เขียนอะไรดี</a> </strong></a></p>
<p>มี message หนึ่งในนั้น กล่าวคือ หากคุณรักจะเขียนหนังสืออย่างจริงจัง ก็ควรหยุดเขียนอะไรสัพเพเหระไปวัน ๆ ขาดการวางแผนได้แล้ว</p>
<p>(ถ้าอยากอ่านฉบับเต็มก็กดตามลิงค์ไปละกันนะ)</p>
<p>สำหรับฉัน กลายเป็น แค่เขียน &#8220;อะไรก็ได้&#8221; ให้จบนี่ก็ไม่ง่ายซะแล้ว ร่อแร่จริง ๆ</p>
<p>แต่&#8230;</p>
<p>อย่างน้อยที่สุด&#8230;</p>
<p>โพสต์นี้ก็เขียนเสร็จแล้วว วู้วววว (มันยังจะดีใจอีกแน่ะ)</p>
<p>.</p>
<p><strong>MISSION COMPLETED</strong></p>
Posted in Books  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/511/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/511/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/511/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/511/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/511/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/511/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/511/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/511/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/511/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/511/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=511&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/10/25/%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%9a-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/a_year_in_provence.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">A_Year_In_Provence</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/magic_of_lanka.gif?w=208" medium="image">
			<media:title type="html">Magic_of_Lanka</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/peal_of_indian_ocean.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Peal_of_Indian_Ocean</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/bookfair2009001.jpg?w=225" medium="image">
			<media:title type="html">bookfair2009001</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/pakistan.jpg?w=249" medium="image">
			<media:title type="html">Pakistan</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>425 days later (Moscow Nostalgia)</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/10/06/425-days-later-moscow-nostalgia/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/10/06/425-days-later-moscow-nostalgia/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Oct 2009 17:27:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Russia]]></category>
		<category><![CDATA[Travel]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=495</guid>
		<description><![CDATA[ตั้งชื่อไว้เท่ ๆ &#8230; ออกจะเท่เกินไปด้วยซ้ำ เพราะเอนทรี่นี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า การรำลึกความหลัง 2 ปีกว่า ๆ ที่แล้วที่จากมอสโกไป และชีวิต 3 วันที่ได้กลัยไปดูเมืองนี้อีกครั้ง
สำหรับคนที่ยังไม่รู้&#8230; ฉันเคยใช้ชีวิตนักศึกษา 7 ปีในมอสโก เรียนจบเมื่อสองปีกว่า ๆ ที่แล้ว กลับเมืองไทย ทำงานราชการใช้ทุนอยู่ และคงจะใช้ต่อไปอีกเกือบ 12 ปี (อาเมน)
425 วัน จริง ๆ ก็ไม่แน่ใจเท่าไร แค่ตอนที่กำลังจะจรดนิ้วกับคีย์บอร์ดเกิดนึกถึงหนังเรื่อง 28 Days Later ขึ้นมาได้ เลยหยิบปฏิทิน+พาสปอร์ตมาบวกลบเลขดู คิดสะระตะแล้วมันได้ 425วัน ซึ่งด้วยความโง่เลขของฉันคงมีความผิดพลาดประมาณ +/-20 แต่ช่างมัน ไม่ได้สำคัญอะไร
โอเค เข้าเรื่อง ทริปมอสโกหนนี้ไปด้วยงานโดยแท้ ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่อยากไปดู ไปสูดกลิ่น ไปฟังภาษารัสเซียที่ฉันรัก (ย้ำ ภาษาเท่านั้น) และถ้าดวงดีพอ ก็ว่าจะไปซื้อหนังสือภาษารัสเซียติดมือมาอ่านสักเล่ม (ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ เพราะเวลาไม่พอ)
 
 
ลงจากเครื่องบินตอนประมาณแปดโมงเช้าของวันพุธ มอสโกกับฉันอาจจะคล้ายคนรักเก่าที่ร้างรากันไปละมั้ง ฉันพยายามใจแข็ง ปากบ่นว่าเกลียดมัน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=495&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ตั้งชื่อไว้เท่ ๆ &#8230; ออกจะเท่เกินไปด้วยซ้ำ เพราะเอนทรี่นี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า การรำลึกความหลัง 2 ปีกว่า ๆ ที่แล้วที่จากมอสโกไป และชีวิต 3 วันที่ได้กลัยไปดูเมืองนี้อีกครั้ง</p>
<p>สำหรับคนที่ยังไม่รู้&#8230; ฉันเคยใช้ชีวิตนักศึกษา 7 ปีในมอสโก เรียนจบเมื่อสองปีกว่า ๆ ที่แล้ว กลับเมืองไทย ทำงานราชการใช้ทุนอยู่ และคงจะใช้ต่อไปอีกเกือบ 12 ปี (อาเมน)</p>
<p>425 วัน จริง ๆ ก็ไม่แน่ใจเท่าไร แค่ตอนที่กำลังจะจรดนิ้วกับคีย์บอร์ดเกิดนึกถึงหนังเรื่อง 28 Days Later ขึ้นมาได้ เลยหยิบปฏิทิน+พาสปอร์ตมาบวกลบเลขดู คิดสะระตะแล้วมันได้ 425วัน ซึ่งด้วยความโง่เลขของฉันคงมีความผิดพลาดประมาณ +/-20 แต่ช่างมัน ไม่ได้สำคัญอะไร</p>
<p>โอเค เข้าเรื่อง ทริปมอสโกหนนี้ไปด้วยงานโดยแท้ ไม่ได้หวังอะไรมาก แค่อยากไปดู ไปสูดกลิ่น ไปฟังภาษารัสเซียที่ฉันรัก (ย้ำ ภาษาเท่านั้น) และถ้าดวงดีพอ ก็ว่าจะไปซื้อหนังสือภาษารัสเซียติดมือมาอ่านสักเล่ม (ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ซื้อ เพราะเวลาไม่พอ)</p>
<p> </p>
<div id="attachment_496" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-027.jpg"><img class="size-full wp-image-496" title="Moscow 027" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-027.jpg?w=500&#038;h=375" alt="Moscow 027" width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">ท้องถนนที่คลาคล่ำไปด้วยรถในกลางกรุงมอสโก</p></div>
<p> </p>
<p>ลงจากเครื่องบินตอนประมาณแปดโมงเช้าของวันพุธ มอสโกกับฉันอาจจะคล้ายคนรักเก่าที่ร้างรากันไปละมั้ง ฉันพยายามใจแข็ง ปากบ่นว่าเกลียดมัน เบื่อมัน ไม่เคยรักมัน แต่ก็ต้องยอมรับว่า ช่วงเวลาที่เครื่องบินเริ่มลดระดับเพื่อแตะพื้นสนามบิน Domodedovo นั้น ฉันอดที่จะตื่นเต้นกับทิวทัศน์เบื้องล่างไม่ได้ ฟ้าใส มอสโกในปลายเดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาแห่งการร่ำลากับฤดูใบไม้ร่วง อากาศดีระยะสุดท้าย ก่อนจะเข้าสู่ช่วงเดือนตุลาคมที่ฝนตกบ่อยและอากาศหนาวขึ้น</p>
<p>เครื่องบินของ Qatar Airways ถึงเร็วกว่ากำหนด 30 นาทีกว่า ๆ และ ตม. เจ้าเก่า ไม้เบื่อไม้เบาของฉัน ก็ยังทำงานอย่างขยันขันแข็งเช่นเดิม เคาน์เตอร์ ตม. ที่เรียงรายกันกว่า 10 ช่องเปิดบริการแค่ช่องเดียว แต่คราวนี้ฉันมามาดใหม่แล้วย่ะ เดินปราด ควักพาสปอร์ตแดงขึ้นมาเจรจาหาช่องด่วน (ลัดคิว) ทันที อ้าว ไม่ได้ทำเบ่งนะ แต่เป็นหน้าที่ของเลขาฯ คณะ (หรือเรียกสั้น ๆ ว่า &#8220;เบ๊&#8221;) ที่ต้องอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้านายของตน ซึ่งก็ได้รับการสนองอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ โอเคๆ ไม่เสียหลาย ๆ</p>
<p>พี่จากสถานทูตมารอรับแต่เช้า ออกมาข้างนอกเจอกับอากาศเย็นสบาย อา&#8230;.. คิดถึงจัง เออ ยอมรับก็ได้วะ คิดถึงแกว่ะ มอสโก</p>
<p>จากสนามบิน Domodedovo เข้าเมืองในเวลา rush hours เช่นนี้ ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง ฉันเลยได้นั่งดูวิวริมทาง (ซึ่งจริง ๆ ก็มีแต่รถ รถ และรถ) จนเต็มอิ่ม ข้อสังเกตอย่างแรกเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของมอสโก คือ รถดูใหม่ขึ้น มีสกุลรุนชาติยิ่งขึ้น จากเดิมตอนที่ฉันอยู่ รถในท้องถนนกรุงมอสโก 70% เป็นรถรัสเซีย อาทิ Lada Volga รวมถึงยี่ห้อแปลก ๆ อย่าง Skoda (เช็ค) ฯลฯ ณ บัดนาว ถนนมอสโกโดนรถญี่ปุ่นเหยี่ยบย่ำมากขึ้น สภาพรถพอจะพาไปวัดตอนสาย ๆ ได้ จากเดิมที่โส (โครก) ทั้งคัน&#8230;ยกเว้นที่เปิดประตู</p>
<p>และเมื่อเข้าสู่ตัวเมือง ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนไปมากเท่าไร (ก็แหงละ แค่สองปีกว่านะยะ) แต่ฉันกลับรู้สึกถึงกลิ่นอายของทุนนิยมที่เพิ่มขึ้น มอสโกไม่ใช่เมืองเห่ย ๆ ครึ ๆ อย่างตอนที่ฉันเพิ่งย่างกรายเข้ามาเมื่อเกือบสิบปีที่แล้วอีกต่อไป</p>
<p>เข้าพักที่โรงแรม Kempinski Baltschug ซึ่งเป็นโรงแรม 5 ดาวริมแม่น้ำมัสควา (Moskva) ซึ่งตรงข้ามแม่น้ำเป็นวิหารเซนต์บาซิล (โบสถ์ทรงหัวหอมหลากสี) พระราชวังเครมลิน และจตุรัสแดง ทำเลทองของกรุงมอสโกเชียวล่ะ</p>
<p> </p>
<div id="attachment_497" class="wp-caption alignnone" style="width: 410px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-043.jpg"><img class="size-full wp-image-497" title="Moscow 043" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-043.jpg?w=400&#038;h=533" alt="Moscow 043" width="400" height="533" /></a><p class="wp-caption-text">ตึกหน้าตาบ้าน ๆ นี่แหละ คือโรงแรม 5 ดาวอันดับต้น ๆ ของมอสโก</p></div>
<p> </p>
<p>มาถึงโรงแรมฉันก็ทำหน้าที่เบ๊สารพัดประโยชน์อย่างไม่ย่อท้อ จนแทบไม่ได้คิดอะไรเรื่อยเปื่อย นี่เป็นทริปแรกที่ฉันเดินทางด้วยเหตุผลทางราชการเลยกล้า ๆ กลัว ๆ + เก้ ๆ กัง ๆ พอสมควร อาจจะโชคดีที่มอสโกเป็นที่หมายแรกในหน้าที่การงานของฉัน เพราะฉันเคยคุ้นกับมันอยู่แล้ว ไม่มีอุปสรรคทางภาษา&#8230; ตรงกันข้าม ฉันมั่นใจเวลาพูดภาษารัสเซียมากกว่าภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ</p>
<p>ขอเว้นช่วงเวลาที่ทำงานไปละกันนะ เอาเป็นว่า งานก็ผ่านพ้นไป ตอนเย็นมีการกินเลี้ยง 1 มื้อ อาหารจอร์เจี้ยนอร่อยหลาย เสียดายว่า ด้วยความเครียดสะสมจากงานหรือเหนื่อยเกินไม่ทราบ กินไม่ค่อยจะลง ทั้งชาร์ชลึก ฮาร์ชาปูรี แสนจะอร่อย แต่ก็ไม่สามารถสวาปามได้ดั่งใจ แถมยังลืมถ่ายรูปอาหารเก็บไว้ในคอลเล็คชั่น (ที่ฉันเพียรสะสมมาหลายปี) อย่างน่าเสียดาย ไม่เป็นไร เดี๋ยวได้ไปอีกค่อยถ่ายแก้ตัวละกัน</p>
<p>ตัดกลับมาที่ช่วงเช้าของวันสุดท้าย คืนก่อนหน้าฉันวางแผนไว้ว่าจะตื่นสัก 6 โมงครึ่ง เพื่อแว่บไปร้านหนังสือ โฉบเอาหนังสือมาสักเล่มสองเล่มให้หายคิดถึง และเช้าวันสุดท้ายในมอสโก ฉันก็ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ 6 โมงนิด ๆ เร็วกว่านาฬิกาปลุกด้วยซ้ำ สภาพนี่ทรุดโทรมมาก แต่ก็เพียรบอกตัวเองว่า ไม่ได้มาบ่อย ๆ นะเฟ้ย ทนสักเช้าวันนึงมันจะอะไรนักหนา ว่าแล้วก็ลุกขึ้นมาได้</p>
<p>แต่สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง การตื่นเช้าไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เพราะคุณเธอยังต้องอาบน้ำ ประทินผิว โบ๊ะหน้า ปะแป้ง แต่งตัว หลังจากนั้นคุณเธอ&#8230;ในฐานะเบ๊ของคณะ&#8230;ยังต้องนั่งเก็บของเตรียมเดินทางกลับ สรุปยอดเงิน รวมรวมใบเสร็จ เช็คเอาท์กับโรงแรม ฯลฯ และเมื่อคุณเธอนวยนาดไปรับประทานอาหารเช้า และคุณเธอเจอกับคณะย่อยอีกกลุ่มที่มาด้วยกัน ก็ต้องจัดการกับเอกสารต่าง ๆ ให้เรียบร้อยอีก</p>
<p>ดังนั้น เมื่อคุณเธอ หรือ เบ๊ นั่งลงกินข้าวเช้าได้ ก็ปาเข้าไป 8 โมงแล้ว คุณเบ๊เลยเกิดอาการทอดถอนใจ เออวะ หนังสือซื้อไปก็ไม่มีเวลาอ่านหรอก ไอ้สิบยี่สิบเล่มทั้งหลายที่หอบหิ้วมาตั้งแต่สองปีกว่า หล่อนอ่านไปได้กี่หน้ากันเชียวยะ อย่ากระนั้นเลย นั่งลงปล่อยอารมณ์เรื่อยเปื่อย แล้วเพลิดเพลินกับอาหารมื้อสุดท้ายของหล่อนไปเถอะย่ะ</p>
<p> </p>
<div id="attachment_498" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-034.jpg"><img class="size-full wp-image-498" title="Moscow 034" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-034.jpg?w=500&#038;h=375" alt="Moscow 034" width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">The Last Breakfast ธรรมดา ๆ แต่อุดมด้วยคุณค่าทางอาหาร </p></div>
<p> </p>
<p>ถึงเวลาบนโต๊ะอาหารเช้าครั้งนี้จะเพียงสั้น ๆ แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของทริปนี้เลยก็ว่าได้ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เริ่มเดินทางที่ฉันได้อยู่กับตัวเอง Me, myself and &#8230; อาหารเช้า..มั้ง มองจากหน้าต่างห้องอาหารของโรงแรม เห็นวิหารเซนต์เบซิลราง ๆ อากาศเช้านี้ไม่สดใสเท่าใดนัก ครึ้ม ๆ เล็กน้อย ตรงใจเป็นที่สุด</p>
<p>คิดถึงงานที่เพิ่งผ่านไป คิดถึงสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อ รายงานผล เคลียร์เงิน ฯลฯ โอเค พอแล้วสำหรับงาน ทีนี้ มานึกถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตบ้าง 7 ปีในมอสโกส่งผลอย่างไรต่อตัวฉัน สองปีกว่า ๆ ที่เรียนจบ ทำงาน เกิดอะไรขึ้นบ้าง และฉันควรจะทำอย่างไรต่อไป ก็ไม่เชิงว่าได้รับคำตอบอะไรแน่นอน เพียงแต่มันสงบดี ไม่รู้สิ ฉันก็แค่ยักไหล่ แล้วมีชีวิตต่อไปให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามมีสติให้มากขึ้น และไม่เสียใจกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว</p>
<p>คงจะพอแล้ว ว่าแล้วก็เคี้ยวตุ้ย ๆ ต่อ</p>
<p> </p>
<div id="attachment_499" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-038.jpg"><img class="size-full wp-image-499" title="Moscow 038" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-038.jpg?w=500&#038;h=375" alt="Moscow 038" width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">วิหารเซนต์บาซิล จากหน้าต่างห้องอาหารในโรงแรม</p></div>
<p> </p>
<p>หลังจากนั้น ฉันก็กลับสู่โหมด &#8220;เบ๊&#8221; อีกครั้ง คณะของเรามีเวลาช่วงเช้าก่อนจะต้องไปสนามบินเพื่อเดินทางกลับ เลยพาเจ้านายทั้งหลายข้ามสะพานจากโรงแรมไปเบิ่งจตุรัสแดง ซึ่งเป็นทัวร์แบบแพ็คเกจ ต้องได้เบิ่งทุกที่ไม่ว่าจะอยากไม่อยากก็ตาม ได้แก่ จตุรัสแดง (ซึ่งคนที่ดูบ่อย ๆ ก็ไม่ค่อยรู้สึกตระการตาเท่าไรหรอก) วิหารเซนต์เบซิล (ซึ่งดูจากข้างนอกสวยกว่าข้างใน) พระราชวังเครมลิน (เฉพาะจากด้านนอกเท่านั้น อยากเข้าไป โน่น ไปต่อคิวซื้อตั๋วเลย) ห้างสรรพสินค้า GUM หรือที่มาจากชื่อเต็มว่า State Universal Magazin  (ได้แต่เดินดูน่ะ ซื้อไม่ลงหรอก แพง!) และที่ตั้งศพสต๊าฟของเลนิน (เห็นแต่ข้างนอกนะ ข้างในไม่ได้เปิดกันทุกวัน) ซึ่ง 5 อย่างนี้ คุณดูได้ด้วยเวลาตั้งแต่ 1 ชั่วโมง (ชะโงกทัวร์) จนถึง 1 วัน (ถ้าเข้าไปข้างใน) และสำหรับคนที่อยู่มอสโกเกิน 2 ปีขึ้นไป ส่วนมากก็เดินกันจนจำได้ขึ้นใจแล้ว โดยเฉพาะคนที่รับจ๊อบพิเศษพาทัวร์เที่ยว โฮ้ยยยย ดูจนฝันร้ายเลยมั้งนั่น</p>
<p>สำหรับฉันยังไม่ถึงกับเอียนกับแพ็คเกจทัวร์นี้เท่าไร อากาศเย็น ๆ เดินสบาย ๆ แค่คอยดูแลเจ้านายไม่ให้แตกแถวกันไปไกล เจออะไรพอจะรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยก็เล่าให้ฟังพอเป็นน้ำจิ้ม ส่วนมากก็จะประมาณ</p>
<p>&#8220;อ่ะค่า รูปปั้นนี้นะคะ เป็นรูปปั้นของเจ้าชาย&#8230; (ละชื่อไว้ จำไม่ได้) กับนาย&#8230;. (ชำเลืองไปเจอชื่อบนฐานพอดี รอดละตู) สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเอาชนะสงคราม&#8230;. อะไรสักสงครามอ่ะค่ะ หนูก็จำไม่ได้ค่า ในปี &#8230;. (อันนี้มีบอกที่ฐานรูปปั้นฮ่ะ สบาย) ค่า&#8221;</p>
<p>&#8220;ส่วนวิหารเซนต์บาซิลนี่นะค้า สร้างขึ้นในโอกาสที่อาณาจักรรุสก์ มีชัยชนะในสงคราม &#8230; (ละไว้ จำไม่ได้) ค่า สถาปัตยกรรมมีกลิ่นอายของแขกผสมค่า จะเห็นจากรูปทรงหัวหอมที่โด่งดังนะค๊า แล้วยังมีตำนานเล่ากันด้วยว่า บุคคลที่สร้างวิหารนี้ขึ้นมา (จำไม่ได้หรอกว่าชื่ออะไร มาจากไหน) พอสร้างเสร็จก็โดนพระเจ้าอีวานจอมโหด หรือ Ivan the Terrible (ตานี่จำแม่น เพราะชื่อมันพิลึก) ทำให้ตาบอดค่า เพราะกลัวจะสร้างอะไรที่มันสวยกว่าค่า&#8221;</p>
<p>ก็ไกด์มือสมัครเล่นอ่ะนะ สอบประวัติศาสตร์ได้ A ก็จริง แต่ความจำสั้น สอบเสร็จก็คืนครูบาอาจารย์ไปหลายอยู่</p>
<p> </p>
<div id="attachment_501" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-050.jpg"><img class="size-full wp-image-501" title="Moscow 050" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-050.jpg?w=500&#038;h=375" alt="วิหารเซนต์บาซิล คู่กับป้อมริมของกำแพงของเครมลิน เป็นมุมที่โหลน้อยหน่อยเลยยอมกดชัตเตอร์" width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">วิหารเซนต์บาซิล คู่กับป้อมริมของกำแพงของเครมลิน เป็นมุมที่โหลน้อยหน่อยเลยยอมกดชัตเตอร์</p></div>
<p> </p>
<p>เจ้านายอิฉันไม่เคยมามอสโกกันทั้งสองคน เลยตื่นตาตื่นใจ ชักรูปกันสนุกสนาน ส่วนอิฉันเองนั่งหาวหวอด ๆ อ่ะ ล้อเล่น ก็เดินดูอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ เพลินไปอีกแบบ เช้าแบบนี้ก็เริ่มมีคนมาเดินกันพอสมควรอยู่ ส่วนมาเป็นคนรัสเซียที่มาจากเมืองอื่นที่คงเป็นนักท่องเที่ยวเช่นกัน อย่าลืมว่า รัสเซียเป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก คิดง่าย ๆ จากเมืองวลาดิวอสต็อกที่อยู่ทางตะวันออกไกล ใกล้กับญี่ปุ่น บินมามอสโกใช้เวลากว่า 9 ชั่วโมง พอ ๆ กับเส้นทางมอสโก-กรุงเทพฯ ดังนั้น จึงมีคนรัสเซียอีกเป็นจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เคยมามอสโก</p>
<p>เมื่อเจ้านายเริ่มเอ้อระเหย อิฉันก็สวมวิญญาณไกด์จำเป็น ค่อยเร่งให้ไปต่อ ไม่ยังงั้นเราจะเดินชมเครมลินกันไม่ทัน แต่พอไปถึงหน้าช่องขายตั๋วเข้าเครมลิน เวลาก็ล่วงเลยไป 10 โมงครึ่งกว่า ๆ แล้ว คิวรอซื้อตั๋วก็ยาว คิวรอเข้าไปชมก็ยาว ข้างในก็มีอะไรให้ดูเยอะแยะตาแป๊ะก่าย คณะจึงได้ข้อสรุปว่า &#8220;ไม่ต้องดู เบิ่งมันด้านนอก พอ!&#8221; ว่าแล้วก็เดินกลับไปดูร้านขายของที่ระลึกกันดีกว่า ชะเอิงเอย</p>
<p> </p>
<div id="attachment_504" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-052.jpg"><img class="size-full wp-image-504" title="Moscow 052" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-052.jpg?w=500&#038;h=375" alt="จตุรัสแดงในมุมเหงา ๆ (หรือว่าโหด ๆ หว่า??)" width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">จตุรัสแดงในมุมเหงา ๆ (หรือว่าโหด ๆ หว่า??)</p></div>
<p> </p>
<p>ได้จับจ่ายให้กระเป๋ามันเบาลงหน่อยแล้ว ก็ถึงฤกษ์ของ GUM ซึ่งฉันเก็บเอาไว้เป็นที่สุดท้าย จะได้เดินตัดผ่านห้างยาวไปออกตรงทางออกด้านใกล้ ๆ กับสะพาน เพื่อเดินกลับโรงแรม ไอ้ห้างกูมเนี่ย มองเผิน ๆ ครั้งแรกมันก็โอ่อ่าดีหรอก แต่สำหรับคนที่เคยใช้ชีวิตที่นี่แล้ว มันเป็นห้างที่ไร้ประโยชน์มาก เพราะของราคาสูงลิบลิ่ว มีไว้ให้พวก Oligarchy หรือเศรษฐีใหม่รัสเซีย ที่รวยล้นฟ้าจนไม่รู้จะใช้เงินยังไง ได้จับจ่ายใช้สอยเท่านั้นแหละ อยู่รัสเซียมาหลายปี ฉันเคยซื้อของที่นี่ไม่เกิน 3 ครั้ง (ถ้าไม่นับของกิน เพราะชั้นบนมี fast food อยู่ มานั่งกินเล่นให้อารมณ์ไฮโซแบบประหยัดดี) แต่ที่ฉันชอบเกี่ยวกับห้างกูม ก็คือนิทรรศการชั่วคราวทั้งหลายที่ผลัดเปลี่ยนกันตลอดเวลา ยิ่งช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่ จะมีต้นคริสต์มาสใหญ่ใจกลางห้าง ทางเดินตกแต่งตุ๊กตา ต้นไม้ ฯลฯ น่ารัก ๆ เหมาะแก่การถ่ายรูปเป็นอย่างยิ่ง</p>
<p>เจ้านายเบิ่งห้างกูมแล้วก็ชื่นชมในความงามกันเจ้าค่ะ มีบันไตเลื่อน มีร้านไฮโซ ๆ เยอะแยะ ฉันเลยสวมบทไกด์เถื่อน เล่าอดีตของห้างกูมที่แต่ก่อนเก่า ๆ ทึม ๆ ของก็ไม่ค่อยจะมีอะไรเท่าไรขาย จนบูรณะปรับปรุงเสียสวยงามอย่างทุกวันนี้ เวลามีจำกัดจึงเดินชมเฉพาะชั้นแรก หลังจากนั้นก็เดินกลับโรงแรมเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองไทยกัน</p>
<p> </p>
<div id="attachment_502" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-063.jpg"><img class="size-full wp-image-502" title="Moscow 063" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-063.jpg?w=500&#038;h=375" alt="ตอนที่ไปมีการจัดแสดงเสื้อผ้าเด็กจากดีไซน์เนอร์ชื่อดัง น่ารักมาก" width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">ตอนที่ไปมีการจัดแสดงเสื้อผ้าเด็กจากดีไซน์เนอร์ชื่อดัง น่ารักมาก</p></div>
<p> </p>
<p>อากาศเริ่มครึ้มขึ้นจนคล้ายว่าฝนจะตก ขึ้นรถเตรียมไปสนามบิน ฉันมองถนนรถราติดขัด ตาจะหลับมิหลับแหล่ แต่โดยที่นั่งคู่กับคนขับชาวรัสเซียที่ช่างพูด เลยคุยกันมาตลอดทาง ฉันชอบคุยกับผู้คนในมอสโกนะ รัสเซียจะจนหรือตกต่ำสักเท่าใด สิ่งที่ยังมีคุณภาพก็ชื่อประชากร ซึ่งอ่านออกเขียนได้ร้อยละ 99 และไม่ใช่แค่นั้น คนรัสเซียจำนวนมากยังรักการอ่านเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าได้ลงรถไฟใต้ดินจะเห็นว่า บางคนแก่จนใส่แว่นหนาเตอะ บางคนยืนโหนรถ บางคนขึ้นมานั่งแค่ 2-3 ป้าย แต่ก็ยังกางหนังสืออ่านอย่างไม่ย่อท้อ และที่ฉันชื่นชมคนที่นี่อีกอย่าง คือช่างติดตามข่าว และพูดจากันรู้เรื่องเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอดทริปนี้ฉันแทบไม่มีเวลาทำอะไร ได้อัพเดตข้อมูลข่าวสารก็จากอีตาคนขับรถนี่แหละ ประมาณว่า ตอนนี้มอสโกมีประชากรเท่าไร ภาษีรถยนต์เท่าไรแล้ว ทำไมรถญี่ปุ่นถึงมาแรง ฯลฯ และที่สำคัญ ได้ใช้ภาษารัสเซียที่ฉันรักน่ะสิ</p>
<p>แต่ตลกตาคนขับ มาถามว่า คณะของเราจะเดินทางกลับโดยเครื่องบินส่วนตัวหรือเปล่า น่านนนน สมกับโครงการที่เราเดินทางมาเลย</p>
<p>ก็&#8230;. &#8220;โครงการส่งเสริมและฟื้นฟูภาพลักษณ์ประเทศ&#8221; &#8230;ไง</p>
<p>แหม ฉันน่าจะอำตานี่ต่อนะ ประมาณว่า &#8220;เดินทางโดยเครื่องบินส่วนตัวฮ่ะ ไปราชการต่อที่อัลมาตีนะฮ้า แล้วก็ทัชเคนท์ ดูชานเบ เข้าไปอิสลามาบัด จบที่ย่างกุ้งน่ะฮ่ะ&#8221;</p>
<p>แต่ก็ได้แต่ทำหน้าแหะๆ แล้วก็บอกว่า &#8220;ฉันขึ้นเครื่องบินพาณิชย์กลับประเทศน่ะเธอ&#8221;</p>
<p> </p>
<div id="attachment_503" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-078.jpg"><img class="size-full wp-image-503" title="Moscow 078" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-078.jpg?w=500&#038;h=375" alt="รอขึ้นเครื่องที่สนามบิน Domodedovo " width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">รอขึ้นเครื่องที่สนามบิน Domodedovo </p></div>
<div class="mceTemp"><strong>ส่งท้าย</strong></div>
<div class="mceTemp">จริง ๆ ไม่รู้จะเขียนอะไร แต่ก็รู้สึกว่าควรจะเขียนอะไรสรุปเกี่ยวกับทริปนี้เสียหน่อย</div>
<div class="mceTemp">ก็&#8230;. เป็นทริปธรรมดา ๆ ทริปหนึ่ง ไปทำงาน และเวลาส่วนใหญ่ก็หมดไปกับการทำงาน แทบไม่มีเวลาส่วนตัว</div>
<div class="mceTemp">เป็นทริปที่ทำให้ได้กลับมาเหยียบมอสโกอีกครั้ง จากที่เหยียบย่ำไปมาจนเบื่อขี้หน้ากันจะตายอยู่แล้ว</div>
<div class="mceTemp">เป็นการเดินทางไกลในระยะเวลาสั้น ๆ ที่มีเวลาถ่ายรูปเพียงแต่ในสนามบิน และอย่างอื่นหร็อมแหร็ม</div>
<div class="mceTemp">เป็นการกลับมาที่เก่า ที่ที่เหมือนกับบ้านหลังที่สอง</div>
<div class="mceTemp">ก็คงมีเท่านี้ ไม่สามารถเขียนวิจารณ์มอสโกได้มากกว่านี้ และคงไม่สามารถเขียนสารคดีท่องเที่ยวเกี่ยวกับมอสโกได้</div>
<div class="mceTemp">เพราะมอสโก เหมือนญาติที่โตมาด้วยกันเป็นระยะเวลาหนึ่ง ไม่สั้น แต่ก็ไม่นานมาก</div>
<div class="mceTemp">อย่างไรก็ดี นานพอที่จะทำให้เส้นแบ่งและการประเมินเลือนราง</div>
<div class="mceTemp">เหมือนที่คุณไม่สามารถบอกได้ว่า พี่สาวของคุณสวยหรือไม่ เพราะคุณเห็นหน้ามันทุกวันจนเบื่อ (ต่อให้คนทั่วโรงเรียนจะบอกว่าพี่คุณสวยก็เหอะ)</div>
<div class="mceTemp">ฉันใดก็ฉันนั้น ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ</div>
<div class="mceTemp">แต่ เวลาที่ใครมาด่าว่าพี่สาวคุณ คุณจะโกรธ (แม้ว่าเมื่อวานคุณจะเพิ่งทะเลาะกับมัน)</div>
<div class="mceTemp">และเวลาที่ไม่เจอกันนาน ๆ คุณก็อดจะคิดถึงมันไม่ได้ (ถึงแม้มันจะนิสัยเสีย ไม่น่าคบ)</div>
<div class="mceTemp">ประมาณนี้ละมั้ง</div>
<div class="mceTemp">
<div id="attachment_505" class="wp-caption alignnone" style="width: 510px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-092.jpg"><img class="size-full wp-image-505" title="Moscow 092" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-092.jpg?w=500&#038;h=375" alt="ภาพสุดท้ายในรัสเซีย นั่งดูจากหน้าต่างเครื่องบินแล้วแอบเหงา" width="500" height="375" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพสุดท้ายในรัสเซีย นั่งดูจากหน้าต่างเครื่องบินแล้วแอบเหงา</p></div>
<p> </p>
</div>
Posted in Russia, Travel  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/495/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/495/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/495/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/495/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/495/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/495/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/495/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/495/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/495/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/495/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=495&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/10/06/425-days-later-moscow-nostalgia/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-027.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 027</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-043.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 043</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-034.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 034</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-038.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 038</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-050.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 050</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-052.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 052</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-063.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 063</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-078.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 078</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/10/moscow-092.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">Moscow 092</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ความคิด ติดแสตมป์</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/09/13/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/09/13/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Sep 2009 07:34:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[รำพึงรำพัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=492</guid>
		<description><![CDATA[ไปถอยมาแล้ว million ways to write &#8211; part 1 โดย แสตมป์
ซื้อมาแล้วก็ยังนั่งคิดเล่น ๆ ว่า ฟังเพลงความคิดจนแทบจะท่องได้แล้ว ยังจะซื้อมาอัดใส่หัวอีกหรือ แต่พอมานั่งฟังแล้วก็ไม่เสียใจเลยที่ซื้อมา เพลงเพราะทุกเพลง เนื้อหาดีทุกเพลง อารมณ์ว่า มีเพลงน้อยก็จริง แต่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพทุกเพลง ไม่เหมือนบางค่ายเพลงที่สักแต่ว่าหาเพลงมาอัดให้ลงมาเป็นอัลบั้มหลอกเงินผู้บริโภคได้ เหอๆ
6 เพลง ชอบทุกเพลง แต่ก็นั่งเปิด &#8220;ความคิด&#8221; ฟังย้อนวนไปวนมา ฟังไปน้ำตาก็ไหลไปไม่รู้ตัว ฟังแล้วมันเศร้า แต่ก็ยังชอบทรมานตัวเอง เปิดให้มันน้ำตาตกจนมันระเหิดไปเอง
ในบุ้คเล็ทที่มาพร้อมกับอัลบั้มนี้ แสตมป์เล่าเกี่ยวกับเบื้องหลังของเพลงนี้ไว้ว่า
&#8220;ความคิด เป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่ออดีตที่ไม่อาจหวนคืน บนสมมติฐานที่ว่า แม้ความรักจบ แต่เวลาและสถานที่ที่ความรักนั้นเกิดขึ้นไม่ได้จบลงไปด้วย&#8221;
ไม่รู้สินะ&#8230;บางทีก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเศร้ากว่ากัน
ระหว่าง&#8230;
ความรักขม ๆ ในปัจจุบัน หรืออดีตความรักอันแสนหวานในอดีต?
จากกันด้วยความรัก หรือจากกันด้วยความเกลียดชัง?
มีรักที่หาความหมายไม่เจอ หรือไม่เคยรู้จักความรักเลย?
บางทีอาจจะดีเสียกว่า หากไม่มีความรักเสียเลย
Posted in รำพึงรำพัน, Music       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=492&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ไปถอยมาแล้ว <strong>million ways to write &#8211; part 1</strong> โดย <strong>แสตมป์</strong></p>
<p>ซื้อมาแล้วก็ยังนั่งคิดเล่น ๆ ว่า ฟังเพลงความคิดจนแทบจะท่องได้แล้ว ยังจะซื้อมาอัดใส่หัวอีกหรือ แต่พอมานั่งฟังแล้วก็ไม่เสียใจเลยที่ซื้อมา เพลงเพราะทุกเพลง เนื้อหาดีทุกเพลง อารมณ์ว่า มีเพลงน้อยก็จริง แต่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพทุกเพลง ไม่เหมือนบางค่ายเพลงที่สักแต่ว่าหาเพลงมาอัดให้ลงมาเป็นอัลบั้มหลอกเงินผู้บริโภคได้ เหอๆ</p>
<p>6 เพลง ชอบทุกเพลง แต่ก็นั่งเปิด &#8220;ความคิด&#8221; ฟังย้อนวนไปวนมา ฟังไปน้ำตาก็ไหลไปไม่รู้ตัว ฟังแล้วมันเศร้า แต่ก็ยังชอบทรมานตัวเอง เปิดให้มันน้ำตาตกจนมันระเหิดไปเอง</p>
<p>ในบุ้คเล็ทที่มาพร้อมกับอัลบั้มนี้ แสตมป์เล่าเกี่ยวกับเบื้องหลังของเพลงนี้ไว้ว่า</p>
<p>&#8220;ความคิด เป็นเพลงที่ถ่ายทอดความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่ออดีตที่ไม่อาจหวนคืน บนสมมติฐานที่ว่า แม้ความรักจบ แต่เวลาและสถานที่ที่ความรักนั้นเกิดขึ้นไม่ได้จบลงไปด้วย&#8221;</p>
<p>ไม่รู้สินะ&#8230;บางทีก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเศร้ากว่ากัน</p>
<p>ระหว่าง&#8230;</p>
<p>ความรักขม ๆ ในปัจจุบัน หรืออดีตความรักอันแสนหวานในอดีต?</p>
<p>จากกันด้วยความรัก หรือจากกันด้วยความเกลียดชัง?</p>
<p>มีรักที่หาความหมายไม่เจอ หรือไม่เคยรู้จักความรักเลย?</p>
<p>บางทีอาจจะดีเสียกว่า หากไม่มีความรักเสียเลย</p>
Posted in รำพึงรำพัน, Music  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/492/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/492/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/492/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/492/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/492/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/492/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/492/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/492/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/492/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/492/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=492&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/09/13/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b9%8c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>สุ จิ ปุ ลิ</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/06/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b8-%e0%b8%88%e0%b8%b4-%e0%b8%9b%e0%b8%b8-%e0%b8%a5%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/06/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b8-%e0%b8%88%e0%b8%b4-%e0%b8%9b%e0%b8%b8-%e0%b8%a5%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 27 Jun 2009 01:22:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=489</guid>
		<description><![CDATA[พาหุสัจจะ แปลว่า ความเป็นผู้ได้สดับมาก หมายถึงการได้ศึกษาเล่าเรียนมาก การมีความรู้ประสบการณ์มาก เรียกบุคคลผู้มีภาวะอย่างนั้นว่าพหูสูต
พาหุสัจจะ เกิดจากการศึกษา และการศึกษาที่ดีเกิดจากการศึกษา ๔ แบบ คือ ศึกษาด้วยการฟัง ด้วยการคิด ด้วยการสอบถาม และด้วยการจดจำบันทึก
มีคาถาบทหนึ่งที่ถือว่าเป็น หัวใจนักปราชญ์ คือ &#8220;สุ จิ ปุ ลิ วินิมุตโต กถัง โส ปํณฑิโต ภเว&#8221; แปลว่า ผู้ปราศจาก สุ จิ ปุ ลิ จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร

สุ ย่อมาจาก สุตะ แปลว่า ฟัง
จิ ย่อมาจาก จินตะ แปลว่า คิด
ปุ ย่อมาจาก ปุจฉา แปลว่า ถาม
ลิ ย่อมาจาก ลิขิต แปลว่า จด

ที่มา : Wikipedia
ปกติฉันจะเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ได้อ่าน ได้ดู ได้เจอ ในบล็อกนี้
แต่มาคราวนี้ อยากบันทึกสิ่งที่ได้คิดจากการสนทนากับคนอื่นบ้าง [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=489&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><blockquote><p><strong>พาหุสัจจะ</strong> แปลว่า <em>ความเป็นผู้ได้สดับมาก</em> หมายถึงการได้ศึกษาเล่าเรียนมาก การมีความรู้ประสบการณ์มาก เรียกบุคคลผู้มีภาวะอย่างนั้นว่าพหูสูต</p>
<p><strong>พาหุสัจจะ</strong> เกิดจากการศึกษา และการศึกษาที่ดีเกิดจากการศึกษา ๔ แบบ คือ ศึกษาด้วยการฟัง ด้วยการคิด ด้วยการสอบถาม และด้วยการจดจำบันทึก</p>
<p>มีคาถาบทหนึ่งที่ถือว่าเป็น <strong>หัวใจนักปราชญ์</strong> คือ &#8220;<strong>สุ จิ ปุ ลิ วินิมุตโต กถัง โส ปํณฑิโต ภเว</strong>&#8221; แปลว่า <em>ผู้ปราศจาก สุ จิ ปุ ลิ จะเป็นบัณฑิตได้อย่างไร</em></p>
<dl>
<dd><strong>สุ</strong> ย่อมาจาก สุตะ แปลว่า ฟัง</dd>
<dd><strong>จิ</strong> ย่อมาจาก จินตะ แปลว่า คิด</dd>
<dd><strong>ปุ</strong> ย่อมาจาก ปุจฉา แปลว่า ถาม</dd>
<dd><strong>ลิ</strong> ย่อมาจาก ลิขิต แปลว่า จด</dd>
</dl>
<p>ที่มา : <a title="พาหุสัจจะ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B8%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%88%E0%B8%B0">Wikipedia</a></p></blockquote>
<p>ปกติฉันจะเขียนเกี่ยวกับสิ่งที่ได้อ่าน ได้ดู ได้เจอ ในบล็อกนี้</p>
<p>แต่มาคราวนี้ อยากบันทึกสิ่งที่ได้คิดจากการสนทนากับคนอื่นบ้าง (หา category ลงไม่ได้เลย)</p>
<p>ฉันถือว่าตัวเองค่อนข้างโชคดีที่ได้ทำงานในที่ที่ได้เจอคนเก่ง ๆ จากหลากหลายที่ ได้ไปสังสรรค์กับคนที่มีความคิดไม่ธรรมดา ซึ่งบางครั้งทำให้เกิดความคิดต่อยอดขึ้นมามากกว่าได้อ่านหรือดูซะอีก</p>
<p>หลายครั้งฉันนึกถึงโรงเรียนสมัยโบราณ อย่างในกรีกโบราณ พลาโต โสคราตีส อะไรทำนองนั้น</p>
<p>เมื่อโรงเรียนไม่ใช่สถานที่ที่ครูมานั่งบอกให้นักเรียนทำอะไร และนักเรียนไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อฟังครูและท่องหนังสือเรียนปาว ๆ</p>
<p>แต่เป็นสถานที่สนทนา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดง่าย ๆ ว่ามีการตอบโต้กันระหว่างทั้งครูกับศิษย์ ระหว่างศิษย์ด้วยกันเอง หรือแม้แต่ระหว่างครูกับครู</p>
<p>เพราะความรู้ไม่ใช่สิ่งที่สกัดได้แบบทิศทางเดียว ใครที่นอนอ่านตำราอยู่บ้านแล้วคิดว่าตนรู้ทุกอย่างนั้น หากได้ออกมาเจอคนอื่นแล้วคุยกัน จะได้รู้ว่า สิ่งที่ตนรู้นั้นมันก็แค่กระผีกเดียว</p>
<p>การได้คุยกับคนอื่นทำให้เราได้มองอีกด้านหนึ่ง ได้เจอความเห็นที่หลากหลาย ได้พบจุดอ่อนของทฤษฎีหรือสิ่งที่เราเชื่อ</p>
<p>ดีกว่านั่งน้ำลายบูดอยู่คนเดียวแน่นอน</p>
<p>คราวหน้าจะมีบันทึกสิ่งที่ได้สนทนากับบุคคลอื่นต่อ</p>
Posted in Uncategorized  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/489/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/489/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/489/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/489/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/489/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/489/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/489/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/489/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/489/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/489/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=489&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/06/27/%e0%b8%aa%e0%b8%b8-%e0%b8%88%e0%b8%b4-%e0%b8%9b%e0%b8%b8-%e0%b8%a5%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ปล่อยตามใจ</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/06/23/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%88/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/06/23/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Jun 2009 14:11:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[รำพึงรำพัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=487</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้เข้าโหมดเรื่อยเปื่อยอีกแล้ว
เอื่อยเฉื่อยไปตามกระแสชีวิต จะเกิดอะไรก็ปล่อยมันไป
ไม่อยากทำอะไรให้จรรโลงหรือบรรเจิด
มีความสุขไปวันวันหนึ่ง
เหนื่อยหนอ
เบื่อหนอ
ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ต้องการอะไร
ไม่ดี แต่ก็ยังทำ
อยากจะเขียนอะไรดี ๆ ก็ทำไม่ได้ หัวมันโล่ง ไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ
ชีวิตดำเนินไป ยังคงฟังเพลงเดิม ๆ ทำอะไรเดิม ๆ
แต่ไม่เคยรอให้มีอะไรหรือใครเข้ามาเปลี่ยน&#8230;
ถ้าจะเปลี่ยนขึ้นมา ฉันจะเปลี่ยนมันเอง ด้วยตัวฉันเอง
Posted in รำพึงรำพัน       <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=487&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ช่วงนี้เข้าโหมดเรื่อยเปื่อยอีกแล้ว</p>
<p>เอื่อยเฉื่อยไปตามกระแสชีวิต จะเกิดอะไรก็ปล่อยมันไป</p>
<p>ไม่อยากทำอะไรให้จรรโลงหรือบรรเจิด</p>
<p>มีความสุขไปวันวันหนึ่ง</p>
<p>เหนื่อยหนอ</p>
<p>เบื่อหนอ</p>
<p>ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ต้องการอะไร</p>
<p>ไม่ดี แต่ก็ยังทำ</p>
<p>อยากจะเขียนอะไรดี ๆ ก็ทำไม่ได้ หัวมันโล่ง ไร้ซึ่งแรงบันดาลใจ</p>
<p>ชีวิตดำเนินไป ยังคงฟังเพลงเดิม ๆ ทำอะไรเดิม ๆ</p>
<p>แต่ไม่เคยรอให้มีอะไรหรือใครเข้ามาเปลี่ยน&#8230;</p>
<p>ถ้าจะเปลี่ยนขึ้นมา ฉันจะเปลี่ยนมันเอง ด้วยตัวฉันเอง</p>
Posted in รำพึงรำพัน  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/487/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/487/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/487/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/487/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/487/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/487/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/487/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/487/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/487/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/487/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=487&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/06/23/%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>หล่น [Rakka Suru Yuugata]</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/04/10/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99-rakka-suru-yuugata/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/04/10/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99-rakka-suru-yuugata/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 10 Apr 2009 14:50:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Books]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=483</guid>
		<description><![CDATA[
 หล่น
 Rakka Suru Yuugata
โดย เอคุนิ คาโอริ
มีอะไรเกี่ยวกับฝีไม้ลายมือของเอคุนิ คาโอริ ที่มีเสน่ห์อย่างบรรยายไม่ถูก
ฉันเริ่มอ่านผลงานของนักเขียนท่านนี้จาก BLU และชื่นชมในความละเมียดละไมของเธอตั้งแต่นั้น จนบัดนี้อ่านผลงานเธอมา 3 เล่มแล้ว ก็ยังรู้สึกถึงอารมณ์อุ่น ๆ ลื่น ๆ เหมือนเวลาลูบผ้ากำมะหยี่ยังไงยังงั้น กล่าวคือ มันนุ่ม มันอ่อนบาง ไม่มีอะไรโดดเด่นจนสะดุดตา แต่ทุกอย่างเรียบลื่น และอดใจให้หยุดลูบไปมาไม่ได้
&#8220;หล่น&#8221;  เป็นอีกเรื่องราวความรักแบบแปลก ๆ ที่คำว่า &#8220;ความรัก&#8221; อาจจะจำกัดความได้ไม่ครบถ้วนเท่าไร ที่ถูกควรใช้คำว่า &#8220;ความสัมพันธ์&#8221; มากกว่า ฉันเองเริ่มจะชินกับโครงเรื่องแปลก ๆ แต่ไม่ถึงกับพิสดารของคุณเอคุนิแล้ว เรื่องของความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยว ไม่มีรูปแบบ ไม่เป็นอย่างดั้งเดิม ที่มักจะเริ่มต้นด้วยการพบกัน ตกหลุมรัก และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป
&#8220;ความรัก&#8221; หรือ &#8220;ความสัมพันธ์&#8221; ที่เอคุนิซังถ่ายทอดออกมา ล้วนแต่มีจุดเด่นอยู่ที่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักไม่กี่ตัว แต่ละคนมีแคแรกเตอร์ไม่ซ้ำกัน และจะเรียกว่าคนธรรมดาก็คงยาก ทั้งตัวละครและเนื้อเรื่องล้วนแตกต่างจากครรลองของสังคมทั่วไป ไม่มีความหวานซึ้งเป็นสีชมพู ฉันว่า หนังสือของเอคุนิซังเป็นสีม่วงกำมะหยี่นะ ไม่ใช่ม่วงในความหมายของรักร่วมเพศหรือแหวกกฎ แต่เป็นสีม่วงที่สวยงามแบบไม่ฉูดฉาด ในเวลาเดียวกันมีเสน่ห์และละมุนละไม
สำหรับ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=483&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/guru59.jpg"><img class="size-full wp-image-478 alignleft" title="guru59" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/guru59.jpg?w=119&#038;h=175" alt="guru59" width="119" height="175" /></a></p>
<p><strong> หล่น</strong></p>
<p><strong> </strong>Rakka Suru Yuugata</p>
<p>โดย เอคุนิ คาโอริ</p>
<p>มีอะไรเกี่ยวกับฝีไม้ลายมือของเอคุนิ คาโอริ ที่มีเสน่ห์อย่างบรรยายไม่ถูก</p>
<p>ฉันเริ่มอ่านผลงานของนักเขียนท่านนี้จาก BLU และชื่นชมในความละเมียดละไมของเธอตั้งแต่นั้น จนบัดนี้อ่านผลงานเธอมา 3 เล่มแล้ว ก็ยังรู้สึกถึงอารมณ์อุ่น ๆ ลื่น ๆ เหมือนเวลาลูบผ้ากำมะหยี่ยังไงยังงั้น กล่าวคือ มันนุ่ม มันอ่อนบาง ไม่มีอะไรโดดเด่นจนสะดุดตา แต่ทุกอย่างเรียบลื่น และอดใจให้หยุดลูบไปมาไม่ได้</p>
<p>&#8220;หล่น&#8221;  เป็นอีกเรื่องราวความรักแบบแปลก ๆ ที่คำว่า &#8220;ความรัก&#8221; อาจจะจำกัดความได้ไม่ครบถ้วนเท่าไร ที่ถูกควรใช้คำว่า &#8220;ความสัมพันธ์&#8221; มากกว่า ฉันเองเริ่มจะชินกับโครงเรื่องแปลก ๆ แต่ไม่ถึงกับพิสดารของคุณเอคุนิแล้ว เรื่องของความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยว ไม่มีรูปแบบ ไม่เป็นอย่างดั้งเดิม ที่มักจะเริ่มต้นด้วยการพบกัน ตกหลุมรัก และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป</p>
<p>&#8220;ความรัก&#8221; หรือ &#8220;ความสัมพันธ์&#8221; ที่เอคุนิซังถ่ายทอดออกมา ล้วนแต่มีจุดเด่นอยู่ที่การปฏิสัมพันธ์ระหว่างตัวละครหลักไม่กี่ตัว แต่ละคนมีแคแรกเตอร์ไม่ซ้ำกัน และจะเรียกว่าคนธรรมดาก็คงยาก ทั้งตัวละครและเนื้อเรื่องล้วนแตกต่างจากครรลองของสังคมทั่วไป ไม่มีความหวานซึ้งเป็นสีชมพู ฉันว่า หนังสือของเอคุนิซังเป็นสีม่วงกำมะหยี่นะ ไม่ใช่ม่วงในความหมายของรักร่วมเพศหรือแหวกกฎ แต่เป็นสีม่วงที่สวยงามแบบไม่ฉูดฉาด ในเวลาเดียวกันมีเสน่ห์และละมุนละไม</p>
<p>สำหรับ &#8220;หล่น&#8221; เป็นเรื่องของริกะ ที่คบกับเคงโกะ แฟนหนุ่มมาแปดปี แต่เขากลับขอแยกทางไปหาฮานาโกะ ผู้หญิงที่เขาได้พบเพียงสามวัน ริกะต้องอยู่คนเดียวในห้องเดิมอย่างไม่คุ้นเคย จนกระทั่งวันหนึ่ง เสียงออดดังและผู้หญิงที่ยืนอยู่ที่ประตูห้องกลับกลายเป็นฮานาโกะ ผู้ขอมาอยู่ร่วมห้องกับริกะ</p>
<p>ริกะยอมรับฮานาโกะมาอยู่ด้วยกัน และเมื่อเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองพัฒนาขึ้น เป็นอย่างห่าง ๆ แต่เมื่อฮานาโกะไม่อยู่ ริกะกลับเหงาขึ้นมา รวมถึงเคงโกะซึ่งมาเยี่ยมทั้งสองเป็นครั้งคราว ความสัมพันธ์สามเหลี่ยมที่แปลกประหลาดนี้ดำเนินไปแบบบิดเบี้ยว และนี่เองคือหนังสือเล่มนี้ ซึ่งฉันคงไม่เล่าอย่างละเอียด จะทำลายอัตถรถในการอ่านของคนอื่นเสียเปล่า ๆ</p>
<p>ความรู้สึกเมื่ออ่านจบ ก็มึนงงดี เป็นอะไรที่ต้องนั่งคิดเองเยอะ เพื่อหาความหมายที่คนเขียนพยายามจะสื่อออกมา เพราะตอนจบของมันก็ไม่ได้ clear cut ออกจะเป็นหลายสีผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ทิ้งให้เราต้องนั่งเอ๋อเหลออยู่บนโซฟาว่า เออ&#8230;แล้วไงต่อวะ?</p>
<p>พูดตามตรง ถึงตอนนี้ที่ฉันกำลังเขียนอยู่ ก็ยังแอบงงอยู่แหละ อิอิ</p>
<p>ขออนุญาตจบแบบตัดฉับ เอนทรี่นี้เขียนไว้นานแล้ว จบไม่ลงซะที ต้องรีบเคลียร์คิวสำหรับหนังสือจำนวนมากที่เพิ่งซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือ หุหุ</p>
Posted in Books  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/483/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/483/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/483/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/483/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/483/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/483/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/483/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/483/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/483/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/483/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=483&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/04/10/%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%99-rakka-suru-yuugata/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/guru59.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">guru59</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>South of the Border, West of the Sun</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/03/05/south-of-the-border-west-of-the-sun/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/03/05/south-of-the-border-west-of-the-sun/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Mar 2009 17:15:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Books]]></category>
		<category><![CDATA[Haruki Murakami]]></category>
		<category><![CDATA[South of the Border]]></category>
		<category><![CDATA[West of the Sun]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=480</guid>
		<description><![CDATA[

 
           South of the Border, West of the Sun
           การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก
           Haruki Murakami
 
 
 
การปรากฏตัวของหนังสือเล่มหนึ่ง
ฉันพบหนังสือเล่มนี้ในห้องสมุดมารวยในคืนวันอังคารที่ฝนไม่ได้ตก หน้าปกมันแปลกมากจนฉันอดใจไม่ไหวขอยืมไปอ่านอีกเล่ม และนั่นคือการปรากฏตัวของหนังสือเล่มนี้ในชีวิตของฉัน
สไตล์การเล่าเรื่องแบบมูราคามิมีเสน่ห์อย่างหาเหตุผลไม่ได้ ฉันเปิดอ่านและรู้แต่ว่าจะต้องอ่านมันต่อไป ต่อไป และต่อไป ฉันอ่านมันในค่ำคืนหลังกลับจากที่ทำงาน บนรถเมล์เช้าและเย็น ขณะที่ยืนรอรถ ปัจฉิมบทของมันฉันอ่านในตอนเช้า ระหว่างเดินเท้าไปสู่ห้องทำงาน และในที่สุด ตอนจบแทรกซึมเข้าสู่สมองของฉันบนโต๊ะทำงาน ก่อนชั่วโมงราชการเล็กน้อย
เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ฉันอ่าน 2-3 หน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ทิ้งไว้ซึ่งแรงกระเทือนอย่างแรงในตัวฉัน ฉันอึ้ง ฉันนิ่ง ฉันไม่สามารถเริ่มทำงานอย่างปกติได้ พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานไม่ออก ฉันได้แต่คิด นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ประสบเหตุการณ์เยี่ยงนี้ ช่างน่าอัศจรรย์
 
South of the Border, West of the Sun
ชื่อเรื่องในภาษาไทยไม่เลว แต่ฉันว่ามันบรรยายสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อได้ไม่ดีเท่าชื่อต้นฉบับนะ (国境の南、太陽の西 Kokkyō no minami, taiyō no nishi) หรือจะเพราะคนแปลเป็นไทยรู้ดีว่า แปลยังไงก็ไม่สามารถถ่ายทอดนัยของชื่อเรื่องต้นฉบับมาเป็นภาษาไทยที่กินใจและฟังดูดีได้ เลยตัดสินใจใช้ชื่อไปอีกแนวหนึ่งไปเลย &#8230;ไม่รู้
&#8220;ทางใต้ของชายแดน ตะวันตกของดวงอาทิตย์&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=480&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/southofborder.jpg"></a></p>
<p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/southofborder.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-475" style="float:left;" title="southofborder" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/southofborder.jpg?w=140&#038;h=196" alt="southofborder" width="140" height="196" /></a><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/southofborder.jpg"></a></p>
<p> </p>
<p>           South of the Border, West of the Sun</p>
<p>           การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก</p>
<p>           Haruki Murakami</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p><strong>การปรากฏตัวของหนังสือเล่มหนึ่ง</strong></p>
<p>ฉันพบหนังสือเล่มนี้ในห้องสมุดมารวยในคืนวันอังคารที่ฝนไม่ได้ตก หน้าปกมันแปลกมากจนฉันอดใจไม่ไหวขอยืมไปอ่านอีกเล่ม และนั่นคือการปรากฏตัวของหนังสือเล่มนี้ในชีวิตของฉัน</p>
<p>สไตล์การเล่าเรื่องแบบมูราคามิมีเสน่ห์อย่างหาเหตุผลไม่ได้ ฉันเปิดอ่านและรู้แต่ว่าจะต้องอ่านมันต่อไป ต่อไป และต่อไป ฉันอ่านมันในค่ำคืนหลังกลับจากที่ทำงาน บนรถเมล์เช้าและเย็น ขณะที่ยืนรอรถ ปัจฉิมบทของมันฉันอ่านในตอนเช้า ระหว่างเดินเท้าไปสู่ห้องทำงาน และในที่สุด ตอนจบแทรกซึมเข้าสู่สมองของฉันบนโต๊ะทำงาน ก่อนชั่วโมงราชการเล็กน้อย</p>
<p>เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ฉันอ่าน 2-3 หน้าสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้ ทิ้งไว้ซึ่งแรงกระเทือนอย่างแรงในตัวฉัน ฉันอึ้ง ฉันนิ่ง ฉันไม่สามารถเริ่มทำงานอย่างปกติได้ พูดคุยกับเพื่อนร่วมงานไม่ออก ฉันได้แต่คิด นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ประสบเหตุการณ์เยี่ยงนี้ ช่างน่าอัศจรรย์</p>
<p> </p>
<p><strong>South of the Border, West of the Sun</strong></p>
<p>ชื่อเรื่องในภาษาไทยไม่เลว แต่ฉันว่ามันบรรยายสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อได้ไม่ดีเท่าชื่อต้นฉบับนะ (<span class="t_nihongo_kanji"><span lang="ja">国境の南、太陽の西</span></span> <em><span class="t_nihongo_romaji">Kokkyō no minami, taiyō no nishi)</span></em> หรือจะเพราะคนแปลเป็นไทยรู้ดีว่า แปลยังไงก็ไม่สามารถถ่ายทอดนัยของชื่อเรื่องต้นฉบับมาเป็นภาษาไทยที่กินใจและฟังดูดีได้ เลยตัดสินใจใช้ชื่อไปอีกแนวหนึ่งไปเลย &#8230;ไม่รู้</p>
<p>&#8220;ทางใต้ของชายแดน ตะวันตกของดวงอาทิตย์&#8221; ในการตีความของฉัน หมายถึงสิ่งที่เราไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนและไม่มีวันไปถึง ได้แต่นั่งจินตนาการไปเองว่า มันน่าจะเป็นอย่างไร</p>
<p><strong><em>โอเค ต่อไปนี้จะมีการสปอย ผู้ไม่เคยอ่านโปรดหยุด หากไม่อยากเสียอัตถรสในการอ่านหนังสือเล่มนี้ในอนาคตด้วยตัวเอง</em></strong></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>ชิมาโมโตะ ก็คือ &#8220;ทางใต้ของชายแดน ตะวันตกของดวงอาทิตย์&#8221; สำหรับฮาจิเมะ ตัวเอกของเรื่อง เธอคือความรักในวัยเด็กที่ขาดหายไป คือความลึกลับที่เขาไม่เคยได้ค้นพบที่มา คือตัวกระตุ้นให้เขาละทิ้งชีวิตที่อบอุ่นและออกไปค้นหา &#8220;ทางใต้ของชายแดน ตะวันตกของดวงอาทิตย์&#8221; ให้พบด้วยตัวเขาเอง</p>
<p>แต่ชิมาโมโตะ ก็ยังคงเป็น &#8220;ทางใต้ของชายแดน ตะวันตกของดวงอาทิตย์&#8221; สำหรับฮาจิเมะไปจนตลอดชีวิต กล่าวคือ แม้เขาจะตัดสินใจละทิ้งชีวิตที่สุขสงบของเขาเพื่อเธอ แต่เธอก็หายตัวไปในเช้าวันต่อมา ทิ้งไว้แต่เพียงปริศนามากมายเกี่ยวกับตัวตนของเธอ ฮาจิเมะไม่เคยได้ไปถึงดินแดนลึกลับที่เขาฝันไว้ลึก ๆ</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่อาจกลับคืนสู่เส้นทางปกติอีกต่อไปได้ นี่อาจจะฟังดูเหมือนตอนจบที่เศร้า แต่ยัง เรื่องยังไม่จบ เพราะในท้ายที่สุด ฮาจิเมะก็ได้เจอดินแดนอีกแห่ง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็คือสิ่งที่เขามีอยู่แล้ว แต่เขาได้เห็นมันด้วยมุมมองใหม่ ภายหลังผ่านพ้นเรื่องราวต่าง ๆ และคิดได้</p>
<p>เป็นตอนจบที่ประทับใจ และอธิบายความจริงอันเรียบง่ายของชีวิตที่หลายคนมักหลงลืมไปได้ สุดท้าย&#8230; ทุกอย่างก็จบลงเมื่อเราคิดได้ว่า &#8220;พอ&#8221;</p>
<p>เมื่อพอ ก็จบ</p>
<p>ฉันไม่รู้ว่ามูราคามิหมายความอย่างนี้หรือเปล่า ฉันอาจจะตีความไม่ตรงกับใคร แต่นี่คือบทสรุปที่ฉันได้รับจากหนังสือเล่มนี้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าได้อ่านอีกสักรอบสองรอบจะมีอะไรเปลี่ยนหรือไม่</p>
<p>สรุปสั้น ๆ ชอบ ประทับใจ และสร้างความสะเทือนอย่างแรง</p>
Posted in Books Tagged: Books, Haruki Murakami, South of the Border, West of the Sun <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/480/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/480/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/480/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=480&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/03/05/south-of-the-border-west-of-the-sun/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/southofborder.jpg?w=218" medium="image">
			<media:title type="html">southofborder</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Born alone, died alone</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/02/19/born-alone-died-alone/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/02/19/born-alone-died-alone/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Feb 2009 16:16:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[รำพึงรำพัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=474</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้อ่านหนังสือเยอะมาก ตะกละตะกรามราวกับหิวโหยตัวอักษร
หนังสือที่อ่านก็อารมณ์เปลี่ยว ๆ ทั้งนั้น 

หล่น หรือ Rakka Suru Yuugata โดย เอคุนิ คาโอริ ที่เคยชื่ชอบจาก ROSSO
South of the Border, West of the Sun โดย ฮารูกิ มูราคามิ
Kafka on the Shore โดย ฮารูกิ มูราคามิ (อ่านไม่จบซะที &#8211; -*)
เด็ก 200 ปี โดย เค็นซาบุโร โอเอะ

 
 
เมื่อรวมเอารายชื่อด้านบนเข้ากับเรื่องอื่น ๆ ที่อ่านเล่นเป็นกับแกล้ม ผลคือสมองฉันตอนนี้มีประโยคเท่ ๆ หลงเหลือแบบไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วย ล่องลอยไปมา บางเวลาที่ประจวบเหมาะกับสถานการณ์ในชีวิตจริง ก็พุ่งใส่จิตสำนึก พยายามแสดงตนให้เราจำได้
สถานการณ์ตอนนี้ ก็ดังเช่นที่จั่วหัวไว้ &#8220;Born alone, die alone&#8221; จำไม่ได้แล้วว่ามาจากหนังสือเล่มไหน อาจจะฟังดูหมอง ๆ แต่ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น เรื่องจริงที่เจอถึงสองเรื่องทำให้สังวรณ์ว่า ชีวิตนี้เป็นของเรา ของเรา [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=474&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>ช่วงนี้อ่านหนังสือเยอะมาก ตะกละตะกรามราวกับหิวโหยตัวอักษร</p>
<p>หนังสือที่อ่านก็อารมณ์เปลี่ยว ๆ ทั้งนั้น </p>
<ul>
<li><a href="http://www.blisspublishing.co.th/book_buy.php?book=head_litterature&amp;id=1">หล่น</a> หรือ Rakka Suru Yuugata โดย เอคุนิ คาโอริ ที่เคยชื่ชอบจาก ROSSO</li>
<li>South of the Border, West of the Sun โดย ฮารูกิ มูราคามิ</li>
<li>Kafka on the Shore โดย ฮารูกิ มูราคามิ (อ่านไม่จบซะที &#8211; -*)</li>
<li><a href="http://www.bflybook.com/BookDetail.aspx?CategoryID=0&amp;SortID=0&amp;PageNumber=1&amp;CoverDesignID=180&amp;FromPage=BasicSearch">เด็ก 200 ปี</a> โดย เค็นซาบุโร โอเอะ</li>
</ul>
<p> </p>

<a href='http://mafee.wordpress.com/2009/02/19/born-alone-died-alone/southofborder/' title='southofborder'><img width="109" height="150" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/southofborder.jpg?w=109&#038;h=150" class="attachment-thumbnail" alt="" title="southofborder" /></a>
<a href='http://mafee.wordpress.com/2009/02/19/born-alone-died-alone/kafka_on_the_shore_large/' title='kafka_on_the_shore_large'><img width="97" height="150" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/kafka_on_the_shore_large.jpg?w=97&#038;h=150" class="attachment-thumbnail" alt="" title="kafka_on_the_shore_large" /></a>
<a href='http://mafee.wordpress.com/2009/02/19/born-alone-died-alone/bookimagebig/' title='bookimagebig'><img width="105" height="150" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/bookimagebig.jpg?w=105&#038;h=150" class="attachment-thumbnail" alt="" title="bookimagebig" /></a>
<a href='http://mafee.wordpress.com/2009/02/19/born-alone-died-alone/guru59/' title='guru59'><img width="102" height="150" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/guru59.jpg?w=102&#038;h=150" class="attachment-thumbnail" alt="" title="guru59" /></a>

<p> </p>
<p>เมื่อรวมเอารายชื่อด้านบนเข้ากับเรื่องอื่น ๆ ที่อ่านเล่นเป็นกับแกล้ม ผลคือสมองฉันตอนนี้มีประโยคเท่ ๆ หลงเหลือแบบไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วย ล่องลอยไปมา บางเวลาที่ประจวบเหมาะกับสถานการณ์ในชีวิตจริง ก็พุ่งใส่จิตสำนึก พยายามแสดงตนให้เราจำได้</p>
<p>สถานการณ์ตอนนี้ ก็ดังเช่นที่จั่วหัวไว้ &#8220;Born alone, die alone&#8221; จำไม่ได้แล้วว่ามาจากหนังสือเล่มไหน อาจจะฟังดูหมอง ๆ แต่ไม่ได้เศร้าขนาดนั้น เรื่องจริงที่เจอถึงสองเรื่องทำให้สังวรณ์ว่า ชีวิตนี้เป็นของเรา ของเรา และของเราเท่านั้น มีบางครั้งที่เรายังต้องคำนึงถึงคนรอบข้าง แต่ในท้ายที่สุด เราก็ต้องดำรงชีวิตด้วยตัวเราเอง รวมถึงตัดสินใจในสิ่งที่สำคัญที่สุดด้วยตัวเราเอง</p>
<p>เราออกมาจากช่องคลอดสู่โลกนี้โดยลำพัง และเมื่อเวลาอันสมควรมาถึง ร่างกายของเราก็คงแตกดับไปโดยลำพัง ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงความจริงนี้ได้</p>
<p>และเมื่อเขียนถึงตรงนี้ ถึงนึกขึ้นได้ว่า จริง ๆ เขาเขียนไว้ว่ายังงี้ตะหาก</p>
<blockquote><p>&#8220;มีวิธีมีชีวิตอยู่หลายอย่าง และก็มีวิธีตายหลายวิธีด้วย แต่ในท้ายที่สุด&#8230; สิ่งที่จะเหลืออยู่ ก็คือความร้างไร้ในทะเลทราย&#8221;</p>
<p><em>การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก (South of the Border, West of the Sun) โดย ฮารูกิ มูราคามิ แปลโดย โตมร ศุขปรีชา</em></p></blockquote>
<p>ไม่เหมือนกันซะทีเดียว แต่ก็พอจะกล้อมแกล้มไปได้นะ  แหะๆ</p>
Posted in รำพึงรำพัน  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/474/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/474/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/474/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/474/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/474/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/474/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/474/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/474/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/474/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/474/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=474&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/02/19/born-alone-died-alone/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Joe Hisaishi in Budokan ~ Spirited Away</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/02/13/joe-hisaishi-in-budokan-spirited-away/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/02/13/joe-hisaishi-in-budokan-spirited-away/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 12 Feb 2009 17:30:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Music]]></category>
		<category><![CDATA[Joe Hisaishi]]></category>
		<category><![CDATA[Live Performance]]></category>
		<category><![CDATA[Spirited Away]]></category>
		<category><![CDATA[Studio Ghibli]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=468</guid>
		<description><![CDATA[ 
Joe Hisaishi in Budokan
25 Years of Ghibli Music
 
 
 ~ I think, therefore I am.~  
(ถ้าเลิกคิด คงหมายถึงเลิกเป็นคน)
ถ้าลองมองสังคมที่หลากหลาย จะเห็นว่ามีอาชีพอยู่มากมาย แต่ละอาชีพก็เป็นที่น่านับถือแตกต่างกันไปตามค่านิยมของแต่ละสังคม ในเมืองไทย ที่ได้รับการเคารพสูงสุด คงจะเป็นแพทย์ นักการเมือง (?) ข้าราชการ ที่คนไทยมักเห็นว่าเป็นอาชีพที่ช่วยชีวิตคนอื่น ทำคุณประโยชน์ให้สังคม หรือมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ
ในรัสเซียที่ฉันเคยเรียนและใช้ชีวิตอยู่หลายปี แพทย์ไม่ใช่อาชีพขั้นสุดยอดแบบเมืองไทย อาชีพที่ได้รับความเคารพกลับเป็นอาชีพ &#8220;ศิลปิน&#8221; อาจจะฟังดูน่าแปลก แต่ในช่วงหลัง ๆ มานี้ ฉันกลับเห็นด้วยมากขึ้นทุกทีกับความเห็นนี้นะ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าจะดูถูกอาชีพอื่น ๆ ในสังคมย่อมจำเป็นต้องมีทุกอาชีพเพื่อให้สิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปได้ตามครรลองของมัน
อย่างไรก็ตาม สังคมที่ไร้ซึ่งศิลปิน ฉันว่ามันคงไม่ต่างจากภาพของกลไกของฟันเฟืองที่หมุนไปเรื่อย ๆ ดูแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา มนุษย์ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองหรือเครื่องจักร เราอาจทำงานได้ผลสัมฤทธิ์น้อยกว่าด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เราแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิตอย่างหุ่นยนต์ คือความสามารถที่จะรู้สึกนึกคิด
ดังนั้น ในความคิดของฉัน ผลงานของ &#8221;ศิลปิน&#8221; ก็เสมือนกับหยดน้ำชุ่มฉ่ำที่พรำลงมาบนคนธรรมดาอย่างเรา บางหยดตกลงสู่เมล็ดพันธุ์ที่เติบโตขึ้นเป็นศิลปินสืบทอดไป หลายหยดพร่างพรูสู่คนธรรมดาเช่นพวกเรา ผู้ซึ่งไม่ได้มีความสามารถพอที่จะสร้างสรรค์อะไรดังเช่นเหล่าศิลปิน แต่สามารถรู้สึกได้ถึงความเย็นฉ่ำและชุ่มชื้น นำมาซึ่งความสุขอันอนันต์
ดังนั้น &#8220;ศิลปิน&#8221; [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=468&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><strong></strong> </p>
<p><strong>Joe Hisaishi in Budokan</strong></p>
<p><strong>25 Years of Ghibli Music</strong></p>
<p> </p>
<div id="attachment_472" class="wp-caption alignnone" style="width: 431px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/joe_hisaishi.jpg"><img class="size-full wp-image-472" title="joe_hisaishi" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/joe_hisaishi.jpg?w=421&#038;h=491" alt="Joe Hisaishi in Budokan" width="421" height="491" /></a><p class="wp-caption-text">Joe Hisaishi in Budokan</p></div>
<p> </p>
<p> <strong>~ I think, therefore I am.~  </strong><br />
(ถ้าเลิกคิด คงหมายถึงเลิกเป็นคน)</p>
<p>ถ้าลองมองสังคมที่หลากหลาย จะเห็นว่ามีอาชีพอยู่มากมาย แต่ละอาชีพก็เป็นที่น่านับถือแตกต่างกันไปตามค่านิยมของแต่ละสังคม ในเมืองไทย ที่ได้รับการเคารพสูงสุด คงจะเป็นแพทย์ นักการเมือง (?) ข้าราชการ ที่คนไทยมักเห็นว่าเป็นอาชีพที่ช่วยชีวิตคนอื่น ทำคุณประโยชน์ให้สังคม หรือมีอำนาจรัฐอยู่ในมือ</p>
<p>ในรัสเซียที่ฉันเคยเรียนและใช้ชีวิตอยู่หลายปี แพทย์ไม่ใช่อาชีพขั้นสุดยอดแบบเมืองไทย อาชีพที่ได้รับความเคารพกลับเป็นอาชีพ &#8220;ศิลปิน&#8221; อาจจะฟังดูน่าแปลก แต่ในช่วงหลัง ๆ มานี้ ฉันกลับเห็นด้วยมากขึ้นทุกทีกับความเห็นนี้นะ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าจะดูถูกอาชีพอื่น ๆ ในสังคมย่อมจำเป็นต้องมีทุกอาชีพเพื่อให้สิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปได้ตามครรลองของมัน</p>
<p>อย่างไรก็ตาม สังคมที่ไร้ซึ่งศิลปิน ฉันว่ามันคงไม่ต่างจากภาพของกลไกของฟันเฟืองที่หมุนไปเรื่อย ๆ ดูแห้งแล้งไร้ชีวิตชีวา มนุษย์ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองหรือเครื่องจักร เราอาจทำงานได้ผลสัมฤทธิ์น้อยกว่าด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เราแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิตอย่างหุ่นยนต์ คือความสามารถที่จะรู้สึกนึกคิด</p>
<p>ดังนั้น ในความคิดของฉัน ผลงานของ &#8221;ศิลปิน&#8221; ก็เสมือนกับหยดน้ำชุ่มฉ่ำที่พรำลงมาบนคนธรรมดาอย่างเรา บางหยดตกลงสู่เมล็ดพันธุ์ที่เติบโตขึ้นเป็นศิลปินสืบทอดไป หลายหยดพร่างพรูสู่คนธรรมดาเช่นพวกเรา ผู้ซึ่งไม่ได้มีความสามารถพอที่จะสร้างสรรค์อะไรดังเช่นเหล่าศิลปิน แต่สามารถรู้สึกได้ถึงความเย็นฉ่ำและชุ่มชื้น นำมาซึ่งความสุขอันอนันต์</p>
<p>ดังนั้น &#8220;ศิลปิน&#8221; ไม่ใช่ปรากฏการณ์ธรรมดา สังคมที่เจริญแล้วย่อมรู้คุณค่าของศิลปิน และพยายามอย่างเต็มที่ที่จะถนอมรักษาความสามารถที่ประเมินไม่ได้ของศิลปิน ยกย่องและให้ความสำคัญต่อผลงานของเขา ว่าเป็นสิ่งที่ &#8220;ดลบันดาล&#8221; (inspire) สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม</p>
<p> </p>
<div id="attachment_469" class="wp-caption alignnone" style="width: 438px"><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/spirit_01.jpg"><img class="size-full wp-image-469" title="spirit_01" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/spirit_01.jpg?w=428&#038;h=254" alt="ภาพจาก Spirited Away" width="428" height="254" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพจาก Spirited Away</p></div>
<p><strong></strong> </p>
<p><strong>Joe Hisaishi in Budokan  ~Spirited Away~</strong></p>
<p>ความคิดข้างบนเข้ามาในหัวฉันหลายครั้ง ล่าสุด มันเบ่งบานขึ้นพร้อมกับการชมการแสดงของ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Joe_Hisaishi" target="_blank">Joe Hisaishi</a> ผู้ประพันธ์เพลงและอำนวยการผลิตของดนตรีประกอบภาพยนตร์หลายชิ้น โดยเฉพาะผลงานกับ <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Studio_Ghibli" target="_blank">Studio Ghibli</a> ที่มีชื่อเสียงหลายเรื่อง (หรือว่าทุกเรื่อง?)</p>
<p>ไฟล์นี้ฉันได้มาโดยบังเอิญจาก <a href="http://mullemeck.serveftp.org/jps_beta/index.php?page=details&amp;id=51886" target="_blank">Jpopsuki</a> ด้วยความกรุณาของคุณ lotd11 ที่กรุณาอัพโหลดใส่แทร็คเกอร์ให้ เป็นการแสดงสดในบูโดกันของคุณโจ โดยนำเพลงประกอบอานิเมะดัง ๆ ของ Studio Ghibli อาทิ Nausicaa of the Valley of the Wind, Princess Mononoke, Kiki’s Delivery Service, Ponyo on the Cliff by the Sea, Laputa: Castle in the Sky, Porco Rosso, Howl’s Moving Castle, Tonari no Totoro และ Spirited Away</p>
<p>การแสดงชุดแรกที่ฉันเลือกเขียนถึง มาจากอานิเมะสุดโปรดของฉัน <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Spirited_Away">Spirited Away</a> ที่ดูเมื่อไรก็อดประทับใจไม่ได้ ถ้าจะให้พรรณนาถึงความรักของฉันที่มีต่อผลงานชิ้นนี้ คงต้องเขียนเอนทรี่ใหม่อีกอัน จึงขอละไว้ ณ ที่นี้</p>
<p> </p>
<p><span style="text-align:center; display: block;"><a href="http://mafee.wordpress.com/2009/02/13/joe-hisaishi-in-budokan-spirited-away/"><img src="http://img.youtube.com/vi/hOZIdctu8aU/2.jpg" alt="" /></a></span><br />
<span style="color:#808080;">Inochi no Namae ~ Joe Hisaishi feat. Ayaka Hirahara</span></p>
<p> </p>
<p>เพลงจาก Spirited Away ที่นำมา cover ในการแสดงครั้งนี้ ได้แก่ Inochi no Namae และ Futatabi โดยมี Ayaka Hirahara เป็นแขกรับเชิญร้องให้ทั้งสองเพลง</p>
<p>สำหรับ Inochi no Namae หรือ The Name of Life นั้น ก็คือ Ano Natsu e ที่เป็นเพลงประกอบที่เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงที่สุดของ Spirited Away ก็ว่าได้ ที่แปลกไปคือนำมาใส่เนื้อเพลง คลอกับเปียโนโดยฮิซาอิชิซัง และร้องโดยฮิราฮาระซัง ที่ถ่ายทอดเพลงนี้ด้วยน้ำเสียงที่มีสไตล์ของเธอเองได้น่าทึ่งมาก แบบที่นึกไม่ออกเลยทีเดียวว่า หากไม่ใช่ฮิราฮาระซังแล้ว จะมีใครที่จะร้องเพลงนี้ได้ไพเราะลงตัวขนาดนี้</p>
<p>เพลงที่สอง Futatabi ซึ่งเป็นเพลงประกอบในช่วงไคลแมกซ์ของเรื่อง เป็นท่วงทำนองที่ฟังทีไรก็รู้สึกลอยไหลไปกับจินตนาการ สำหรับเวอร์ชั่น reprise นี้ ฮิราฮาระซังก็ร้องออกมาได้ดีเช่นกัน โดยถ้าเทียบกับเพลงที่แล้ว Futatabi จะมีความอลังการจากเสียงดนตรีที่โหมขึ้นมาอย่างเข้มแข็งและสดชื่น โดยสลับช่วงกับการร้องของฮิราฮาระซัง ให้ความรู้สึกกว้างใหญ่ไพศาลมากกว่า ซึ่งก็เหมาะสมดีกับการเป็นเพลงสำหรับช่วงไคลแมกซ์ของเรื่อง ยิ่งพอเขาฉายภาพในหนังตอนที่ฮากุแปลงร่างกลับเป็นมังกรแห่งสายน้ำในตอนท้ายเรื่องแล้ว แฟน ๆ ของ Spirited Away คงต้องนิ่งไปด้วยความซึ้งกันทีเดียว</p>
<p> </p>
<p><span style="text-align:center; display: block;"><a href="http://mafee.wordpress.com/2009/02/13/joe-hisaishi-in-budokan-spirited-away/"><img src="http://img.youtube.com/vi/nao7R8CfEiw/2.jpg" alt="" /></a></span><br />
<span style="color:#808080;">Futatabi ~ Joe Hisaishi feat. Ayaka Hirahara</span></p>
<p> </p>
<p>คนที่ได้ชมคงตีความออกมาต่างกันไป สำหรับฉันเอง Inochi no Namae ให้ความรู้สึกลึกเหมือนมหาสมุทร ดนตรีจะดังน้อยกว่า เน้นที่เปียโนของฮิซาอิชิซังกับเสียงร้องของฮิราฮาระซัง ในขณะเดียวกันก็แฝงความเศร้าไว้เป็นกระสาย ฟังแล้วแอบสะเทือนอารมณ์ไปด้วย (แม้จะฟังภาษาญี่ปุ่นตามได้ไม่ค่อยรู้เรื่องนักก็ตาม)</p>
<p>ส่วน Futataba ให้ความรู้สึกกว้างเหมือนทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ อันมาจากเสียงของฮิราฮาระซังที่เป็นตัวหลัก และมีเสียงจากเครื่องดนตรีต่าง ๆ แต่งเติมความหลากหลายนี้ให้งดงามขึ้นอีก</p>
<p> </p>
<p><span style="color:#808080;">หมายเหตุ &#8211; ชมคลิปวีดีโอจากการแสดง Joe Hisaishi in Budokan on 4-5 August 2008 ได้ที่ </span><a href="http://www.youtube.com/results?search_type=&amp;search_query=joe+hisaishi+budokan&amp;aq=f" target="_blank"><span style="color:#808080;">Youtube</span></a><span style="color:#808080;"> ค่ะ </span></p>
<p> </p>
<p><span style="color:#808080;"><span style="color:#000000;"><strong>ส่งท้าย</strong></span></span></p>
<p><span style="color:#808080;"><span style="color:#000000;">ฉันคงไม่อาจหาญออกมาประกาศว่า ศิลปะ หรือ ศิลปิน คืออะไร แค่อยากบอกความประทับใจที่ได้รับจากการชมการแสดงนี้ ซึ่งทำให้ฉันซาบซึ้งในบุญคุณของใครก็ตามที่สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าไว้จรรโลงสังคมนี้ให้งดงาม ก่อให้เกิดความสุขในใจคนนับไม่ถ้วน รวมถึงฉันเอง</span></span></p>
<p><span style="color:#808080;"><span style="color:#000000;">ขอบคุณ</span></span></p>
<p><span style="color:#808080;"></span></p>
Posted in Music Tagged: Joe Hisaishi, Live Performance, Spirited Away, Studio Ghibli <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/468/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/468/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/468/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/468/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/468/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/468/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/468/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/468/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/468/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/468/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=468&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/02/13/joe-hisaishi-in-budokan-spirited-away/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/joe_hisaishi.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">joe_hisaishi</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/spirit_01.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">spirit_01</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://img.youtube.com/vi/hOZIdctu8aU/2.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://img.youtube.com/vi/nao7R8CfEiw/2.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>เคหาสน์ดาว</title>
		<link>http://mafee.wordpress.com/2009/02/11/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7/</link>
		<comments>http://mafee.wordpress.com/2009/02/11/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Feb 2009 15:44:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>mafee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Books]]></category>
		<category><![CDATA[Thai-romance]]></category>
		<category><![CDATA[Vanich Jarungkitanan]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://mafee.wordpress.com/?p=464</guid>
		<description><![CDATA[
 
 
       เคหาสน์ดาว
      วาณิช จรุงกิจอนันต์
 
 
 
ใครที่อายุ 25+ น่าจะเคยชม &#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; ในรูปแบบของละครหลังข่าวของเอ็คแซกท์เรื่องแรก ๆ ที่มีแท่ง ศักดิ์สิทธิ์ เล่นคู่กับนุสบา คู่พระคู่นางสุดฮอทในยุคนั้น ที่ดังเปรี้ยงปร้าง ทุกวันนี้ยังจำทำนองเพลงประกอบ &#8220;เติมฝัน&#8221; ที่ร้องโดยคุณวิยะดา โกมารชุน ได้อยู่เลย
สำหรับ &#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; เล่มนี้ ฉันฉวยมาได้จากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ได้มาก็โจ้จนจบในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โชคดีหรือเปล่าไม่รู้ที่จำเนื้อเรื่องจากตอนดูละครหลังข่าวไม่ได้เลย (ไม่รู้ว่าเด็กมากหรือความจำสั้น) เลยอ่านแบบตื่นตุ้นลุ้นระทึกได้เรื่อย ๆ
เนื้อเรื่องไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคุณเขียว สถาปนิกหนุ่มซื่อ ๆ (ต๊อกต๋อย?) กับคุณจ๋อม อาจารย์มหาลัยสาวสวย ซึ่งเริ่มจากการรู้จักกันในฐานะผู้ออกแบบและผู้จ้างวาน พัฒนาไปแบบไม่ตั้งใจ กลายเป็นความรักในที่สุด
หมายเหตุ &#8211; พออ่าน &#8220;ความลับในความรัก&#8221; แล้วก็ให้สงสัยว่า เอ๊ะ แล้วฉันจะนิยามความสัมพันธ์แบบนี้ว่าเป็น &#8220;ความรัก&#8221; แบบไหนดีหว่า คิดมากไปซะแล้วเรา
&#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; เป็นเรื่องที่ขาด ๆ เกิน ๆ ในหลายด้าน เรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเรียกหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นผลงานที่ &#8220;สมบูรณ์แบบ&#8221; อย่างไรก็ดี [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=464&subd=mafee&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p><a href="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/e0b980e0b884e0b8abe0b8b2e0b8aae0b899e0b98ce0b894e0b8b2e0b8a7.jpg"><img class="size-full wp-image-465 alignleft" title="e0b980e0b884e0b8abe0b8b2e0b8aae0b899e0b98ce0b894e0b8b2e0b8a7" src="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/e0b980e0b884e0b8abe0b8b2e0b8aae0b899e0b98ce0b894e0b8b2e0b8a7.jpg?w=140&#038;h=199" alt="e0b980e0b884e0b8abe0b8b2e0b8aae0b899e0b98ce0b894e0b8b2e0b8a7" width="140" height="199" /></a></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>     <strong>  เคหาสน์ดาว</strong></p>
<p><strong>      วาณิช จรุงกิจอนันต์</strong></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>ใครที่อายุ 25+ น่าจะเคยชม &#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; ในรูปแบบของละครหลังข่าวของเอ็คแซกท์เรื่องแรก ๆ ที่มีแท่ง ศักดิ์สิทธิ์ เล่นคู่กับนุสบา คู่พระคู่นางสุดฮอทในยุคนั้น ที่ดังเปรี้ยงปร้าง ทุกวันนี้ยังจำทำนองเพลงประกอบ &#8220;เติมฝัน&#8221; ที่ร้องโดยคุณวิยะดา โกมารชุน ได้อยู่เลย</p>
<p>สำหรับ &#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; เล่มนี้ ฉันฉวยมาได้จากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ได้มาก็โจ้จนจบในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โชคดีหรือเปล่าไม่รู้ที่จำเนื้อเรื่องจากตอนดูละครหลังข่าวไม่ได้เลย (ไม่รู้ว่าเด็กมากหรือความจำสั้น) เลยอ่านแบบตื่นตุ้นลุ้นระทึกได้เรื่อย ๆ</p>
<p>เนื้อเรื่องไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคุณเขียว สถาปนิกหนุ่มซื่อ ๆ (ต๊อกต๋อย?) กับคุณจ๋อม อาจารย์มหาลัยสาวสวย ซึ่งเริ่มจากการรู้จักกันในฐานะผู้ออกแบบและผู้จ้างวาน พัฒนาไปแบบไม่ตั้งใจ กลายเป็นความรักในที่สุด</p>
<p><em>หมายเหตุ &#8211; พออ่าน &#8220;ความลับในความรัก&#8221; แล้วก็ให้สงสัยว่า เอ๊ะ แล้วฉันจะนิยามความสัมพันธ์แบบนี้ว่าเป็น &#8220;ความรัก&#8221; แบบไหนดีหว่า คิดมากไปซะแล้วเรา</em></p>
<p>&#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; เป็นเรื่องที่ขาด ๆ เกิน ๆ ในหลายด้าน เรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเรียกหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นผลงานที่ &#8220;สมบูรณ์แบบ&#8221; อย่างไรก็ดี ในความไม่สมบูรณ์นี้มีเสน่ห์แฝงอยู่แทบจะทุกอณู จนฉันกล้าพูดว่า ผู้อ่านส่วนใหญ่แม้จะเห็นถึงจุดด้อยของมัน แต่ก็พอใจกับมันในแบบที่มันเป็น</p>
<p>วาณิช จรุงกิจอนันต์ ผู้เขียน ยอมรับใน &#8220;คำตาม&#8221; ของหนังสือ (ตรงกันข้ามกับคำนำ) ว่า เรื่องนี้เป็นการเขียนนิยายเรื่องแรกในการเขียนหนังสือของเขา และอาจเรียกได้ว่า เป็นการหยั่งความสามารถของตัวเองในการเขียนนิยายก็ได้ ที่ฉันชอบมากก็คือตรงที่คุณวาณิชเขียนว่า</p>
<blockquote><p>&#8220;หากจะมองในแง่ของการประสบความสำเร็จ นิยายเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จตามควรแก่ฐานะของการเป็นนิยายเรื่องแรกของนักเขียนคนหนึ่ง คือเมื่อลงพิมพ์ก็มีคนอ่านและมีคนพูดถึงอยู่พอสมควร คนที่ชอบก็มี คนที่ไม่ชอบก็มี &#8230; แต่ถ้าจะมองในแง่ของการเป็นนิยายที่ดีเด่น ผมก็ไม่อาจกล่าวได้เองว่า เคหาสน์ดาว เป็นนิยายที่ดีเด่น อาจเป็นเพียงนิยายรักธรรมดา ไม่ได้มีปรัชญาหรือแนวคิดใหม่อะไรที่ลึกล้ำแฝงอยู่ หรือถ้าจะมีอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเป็นผู้บอกกล่าว คนอ่านคือคนที่จะบอกได้ว่านิยายเรื่องนี้เป็นอย่างไร และมีอะไรอยู่แค่ไหน หรือว่าไม่มีอะไรเลย&#8221;</p></blockquote>
<p>สำหรับฉัน ในฐานะคนอ่านคนหนึ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่งกับที่ว่า เคหาสน์ดาว &#8220;เป็นเพียงนิยายรักธรรมดา ไม่ได้มีปรัชญาหรือแนวคิดใหม่อะไรที่ลึกล้ำแฝงอยู่&#8221; เรื่องนี้เป็นแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ เป็นเรื่องรักธรรมดา ไม่ได้มีพล็อตเรื่องตื่นเต้นซับซ้อน (เช่น พระเอกเป็นลูกเศรษฐี นางเอกถูกคนใช้ขโมยไปจากครอบครัวผู้ดี ฯลฯ) ไม่ได้มีปรัชญาลึกล้ำอะไรให้ค้นหาหรือแงะเอาตามบรรทัด</p>
<p>แต่ในความคิดฉัน นี่แหละคือเสน่ห์ที่เต็มเปี่ยมในทุกบรรทัดของเรื่องนี้ ความดีเด่นของมัน คือการเล่าเรื่องด้วยภาษาง่าย ๆ แต่ไหลลื่นไปได้อย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งเรื่อง ความธรรมดาของมันทำให้ฉัน (ผู้อ่านนิยายประโลมโลกมาเป็นสิบ ๆ เรื่องจนเอียนกับพล็อตน้ำเน่า ๆ แล้ว) เดาว่าจะเกิดอะไรต่อไปไม่ได้เลยค่ะ เอ้า จริง ๆ เพราะว่ามันเป็นชีวิตของคนธรรมดาสองคน ที่อาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ตามแต่จินตนาการของคนแต่ง ไม่ได้เป็นไปตามสูตรพล็อตละครน้ำเน่าที่ไม่ต้องอ่านต่อก็มองเห็นตอนจบรออยู่ตรงหน้าแล้ว</p>
<p>รองลงมา ฉันชอบที่มันไม่พยายามจะยัดเยียดใส่สมองเราว่า ความรักคืออะไร คุณควรปฏิบัติตัวอย่างไร บลาๆๆๆๆ สิ่งที่ดำเนินไปใน &#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; คือความรักแบบที่เราทุกคนสามารถพบได้ มันอาจจะไม่สนุกสนานหรือตื่นเต้นเร้าใจเหมือนโรมีโอกับจูเลียต ไม่มีนางฟ้าใจดีเหมือนซินเดอเรลล่า (นอกจากเพื่อนพระเอกผู้อารีย์) ไม่มีผู้วิเศษเหมือนลอร์ดออฟเดอะริง พระเอกไม่ได้พ่อรวย (แต่คงหน้าตาดีพอใช้) นางเอกก็ไม่ใช่ลูกคุณหนูผู้เพียบพร้อม (แต่สวยเอาเรื่อง) เขาสองคนแค่ได้พบกันอย่างไม่ตั้งใจ สนิทสนมกัน พอใจในอัธยาศัยของกันและกัน จนกลายเป็นความรัก ก็เท่านั้นเอง</p>
<p>&#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; ไม่ได้มีคติสอนใจหรือปรัชญาลึกล้ำ แต่ไม่ใช่ไร้สาระแน่นอน ซึ่งถ้าอ่านแบบคิดตามไปด้วยก็จะพบ &#8220;อะไร&#8221; แทรกอยู่ตามจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนเราเดินย่ำถนนตามปกติแล้วเหลือบไปเห็นดอกหญ้างอกออกมาตรงข้างทาง หากเดินเหม่อหรือไม่ทันมองไปก็คงจะไม่เห็น ความคิดที่คุณวาณิชโปรยไว้ทีละนิดละน้อยใน &#8220;เคหาสน์ดาว&#8221; ไม่ใช่หลักการยิ่งใหญ่อลังการอะไร และก็ไม่ได้ชี้นำว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คงทิ้งไว้ให้คนอ่านค้นพบและตีความเองตามที่เห็นควร</p>
<p>หากจะมีข้อให้ติหนังสือเล่มนี้ ก็คงเป็นตอนจบที่ค่อนข้างห้วน ทำเอาอารมณ์หวานเย็นสะดุดกึกไปบ้าง ซึ่งฉันเองก็เดาไม่ถูกว่าคุณวาณิชจงใจให้มันจบแบบนั้น หรือมีปัจจัยในชีวิตจริงเร่งให้รีบจบเรื่อง ซึ่งฉันอ่านดูอีกรอบก็ให้อภัยค่ะ คงเพราะชอบเรื่องนี้มาก ๆ เลยคิดว่า บางทีนี่อาจจะเป็นตอนจบที่เหมาะกับเรื่องนี้แล้วกระมัง</p>
<p>แล้วจบยังไงน่ะเหรอ? อยากรู้ก็ไปหามาอ่านสิคะ อิอิ</p>
Posted in Books Tagged: Books, Thai-romance, Vanich Jarungkitanan <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/mafee.wordpress.com/464/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/mafee.wordpress.com/464/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/mafee.wordpress.com/464/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/mafee.wordpress.com/464/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/mafee.wordpress.com/464/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/mafee.wordpress.com/464/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/mafee.wordpress.com/464/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/mafee.wordpress.com/464/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/mafee.wordpress.com/464/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/mafee.wordpress.com/464/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=mafee.wordpress.com&blog=1010984&post=464&subd=mafee&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://mafee.wordpress.com/2009/02/11/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/a97dde2589ee616d62196f48ccf1610c?s=96&#38;d=http%3A%2F%2F0.gravatar.com%2Favatar%2Fad516503a11cd5ca435acc9bb6523536%3Fs%3D96&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">mafee</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://mafee.files.wordpress.com/2009/02/e0b980e0b884e0b8abe0b8b2e0b8aae0b899e0b98ce0b894e0b8b2e0b8a7.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">e0b980e0b884e0b8abe0b8b2e0b8aae0b899e0b98ce0b894e0b8b2e0b8a7</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>