เสียงกระซิบสังหาร

Image Hosted by ImageShack.us 

เสียงกระซิบสังหาร (Majutsu wa Sasayaku)   
โดย Miyabe Miyuki    
Genre: Mystery fiction, Detective    

 

 

เรื่องราวของหนุ่มน้อย “มาโมรุ” นักเรียนมัธยมปลายที่อาศัยอยู่กับลุงและป้า เนื่องจากพ่อหายตัวไปพร้อมกับข้อหายักยอกเงินหลวง ส่วนแม่เสียชีวิตหลังจากนั้น อยู่มาวันหนึ่ง ลุงไดโซซึ่งมีอาชีพขับแท็กซี่ถูกจับในข้อหาขับรถชนคนตายโดยประมาท ตอนนั้นเองที่มาโมรุได้รับโทรศัพท์ลึกลับ “ขอบคุณที่ฆ่าโยโกะ ซุงาโนะ มันสมควรตายอยู่แล้ว” มาโมรุจึงออกสืบหาแล้วได้ค้นพบว่า คดีของโยโกะเกี่ยวพันกับอีกหลายกรณี ซึ่งล้วนเป็นการตายที่สังคมเข้าใจว่า “ฆ่าตัวตาย” เช่น คดีผู้หญิงกระโดดตึกและคดีผู้หญิงกระโดดให้รถไฟใต้ดินทับ ซ้ำยังพัวพันกับหญิงสาวชื่อ คาซุโกะ ทากางี ซึ่งกำลังจะถูกฆ่าโดยชายลึกลับกับวิธีการฆ่าที่แสนประหลาด 

(เรื่องย่อและภาพประกอบจาก www.se-ed.com) 

 

ชอบอ่านเรื่องสอบสวน นักสืบ และฆาตกรรม ด้วยความที่เป็นคนใจร้อนและอยากรู้ อ่านเรื่องสอบสวนแล้วเลยสนุกเพราะมันมักจะดำเนินเรื่องเร็ว กระตุ้นต่อมอยากรู้ และทำให้วางไม่ลง เริ่มอ่านแล้วมักจะไม่หยุดจนกว่าจะรู้ตอนจบ – -” ปกติคุ้นเคยกับการอ่านนิยายสอบสวนสไตล์คินดะอิจิ โคนัน (การ์ตูน) ไม่ก็อกาธา คริสตี้ ซีรีย์คินดะอิจิมักจะขึ้นเรื่องแบบน่าสนใจ มีเหตุการณ์ที่ทำให้ตื่นเต้นขึ้นมาเรื่อย ๆ ตอนกลางเรื่อง แล้วเฉลยแบบตกกะใจ ทำได้ไง  ส่วนโคนันช่วงหลังแอบเบื่อ แต่ก็ยังติดตามเพราะมันเป็นซีรีย์สืบสวนที่ใส ๆ น่ารัก ๆ สุดแล้ว 

ไม่นานมานี้ได้ไปสมัครสมาชิกห้องสมุดมารวยแถวศูนย์ประชุมฯ สิริกิติ์ ตั้งใจไว้ว่าต่อไปนี้จะอ่านหนังสือให้ได้อาทิตย์ละ 1 เล่มเป็นอย่างต่ำ อาทิตย์ที่ผ่านมาอ่านไปได้ 2 เล่ม เล่มหนึ่งคือนิยายหวาน ๆ เรื่อง “ในเรือนใจ” ของกิ่งฉัตร จะไม่ขอพูดถึงละเอียดเพราะอ่านแล้วไม่ค่อยถูกใจเท่าไร ส่วนอีกเรื่องคือที่จั่วหัวไว้นี้

ตามที่บอกไว้ตอนแรกคือไม่เคยอ่านผลงานของ อ. มิยาเบะ มาก่อน เป็นสไตล์ที่ไม่เคยเจอเท่าไร คือตัวละครหลัก ๆ เป็นมนุษย์ธรรมดาเหมือนเรา ๆ ท่าน ๆ ไม่ได้เป็นนักสืบอัจฉริยะอย่างคินดะอิจิ โคนัน หรือปัวโรต์แต่อย่างใด  และเป็นครั้งแรกที่อ่านเรื่องสอบสวนเสร็จแล้วได้คิดทบทวนอะไรหลายอย่าง นอกจากนี้ก็ยังเป็นนิยายฆาตกรรมที่มีการขมวดปมดี และพออ่านจนจบก็รู้สึกได้ว่าปมหลัก ๆ 2 ปมของเรื่องมันแฝงอะไรไว้ให้คิดได้เยอะ การกระทำผิดด้วยความอ่อนแอเป็นอย่างไร และคนเรามีสิทธิ์สำเร็จโทษคนที่เราคิดว่าทำอะไรผิดได้จริงหรือ???

Warning! Spoiler contained. อย่าอ่านตรงนี้ถ้าคุณยังไม่เคยอ่านหนังสือเล่มนี้


ปมหลัก ๆ น่าจะเป็น การสะกดจิตใต้สำนึกของคน (จอทีวีในร้านหนังสือ, การสะกดจิต) และเรื่องการตั้งศาลเตี้ยกำจัดคนที่เราคิดว่าเลว ที่เรามานั่งคิดหนักตอนอ่านจบก็คือ การกระทำที่ตาลุง (จำชื่อไม่ได้ซะแล้ว) ต้องการทดแทนมาโมรุ มันสมควรแล้วหรือไม่ และเรื่องที่มาโมรุต้องกลายเป็นเด็กที่โดนประณามเพราะมีพ่อยักยอกเงินภาษีประชาชน ตรงนี้น่าจะเป็นประเด็นหลักของเรื่อง ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าปมการฆาตกรรมหญิงสาว 3 คน ที่เป็นประเด็นเด่นในตอนเริ่มเรื่องซะอีก แต่สุดท้ายกลับดูเหมือนถูกใช้เพื่อนำมาขมวดปมหลักเรื่องพ่อของมาโมรุในตอนจบซะมากกว่า

อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ เรื่องจอทีวีในร้านขายหนังสือที่มีการฉายภาพที่ไวจนมองตามไม่ทัน แต่ก็มีผลในการช่วยป้องกันการขโมยของในร้าน และยังทำให้คนอ่านเห็นเชื่อมโยงไปกับการสะกดจิตของฆาตกรไปด้วย จะว่าไปก็เหมือนโฆษณาขยะ ๆ ทุกวันนี้นะ เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าเขามีสิทธิ์อะไรกันมายัดเยียดโฆษณาบ้า ๆ บอ ๆ ให้เรากันไม่หยุดหย่อน พยายามอัดสินค้าของเขาเข้าไปในสมองเราว่ามันดี มันเท่ ว่าคุณต้องซื้อมัน หลอกหลอนกันไม่รู้จักจบสิ้น เป็นขยะทางสายตาที่น่าเบื่อมาก ว่าไหม?

    • cotton
    • กุมภาพันธ์ 6th, 2008

    เรื่องนี้ก็สนุกดี น่าจะเป็นเล่มแรกๆที่ได้อ่านจากนักเขียนท่านนี้ ซึ่งพอต่อมาๆได้อ่านของเธออีกก็ชอบรูปแบบการเขียนของเธอ

  1. มีนาคม 1st, 2008

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: