Rokubanme no Sayoko

Image Hosted by ImageShack.us
อาถรรพ์ตำนานสยอง
    
Rokubanme no Sayoko    
โดย Riku Onda    

 

 

 

ณ โรงเรียนแห่งนี้มีประเพณีปริศนาที่ว่า ทุกสามปีจะมีนักเรียนเตรียมสอบเอนทรานซ์คนหนึ่งถูกเลือกเป็นซาโยโกะ เพื่อปฏิบัติภารกิจลับโดยห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้ ซาโยโกะจะได้รับกุญแจไขตู้เพื่อนำแจกันสีแดงมาปักดอกไม้สีแดงเข้ม เป็นสัญลักษณ์ของซาโยโกะคนใหม่

เป็นเรื่องลี้ลับซ่อนเงื่อนมากกว่าแนวนักสืบฆาตกรรม เพราะไม่มีใครโดนฆ่า ไม่มีนักสืบ as such ตัวละครหลักมีเพียงนักเรียนม. ปลายไม่กี่คน และพออ่านจบกลับรู้สึกเหมือนต้องคิดต่อไปพอสมควรจึงจะได้ข้อสรุปทั้งหมด ต้องไปอ่านย้อนหลังอีกหลายตอนเพื่อตามเก็บปมทื่ยังค้างคาอยู่ แถมยังมีการใช้สัญลักษณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแจกัน ดอกไม้ แม่น้ำ หรือไฟ

 

อ่านแล้วรู้สึกว่าเนื้อเรื่องยังไม่ค่อยเข้มข้น จบลงแบบ “ก็ดี” แต่ “ไม่ค่อยมัน” เท่าไร แต่ถ้ามองอีกมุมก็ทำให้ได้คิดย้อนไปถึงชีวิตสมัยเป็นนักเรียน อารมณ์ในช่วงวัยรุ่นที่ชอบเรื่องลี้ลับของโรงเรียน ผีในห้องชมรม บวกกับความกดดันในการเตรียมสอบ อันเป็นความรู้สึกที่ลืมไปนานแล้ว

ผู้เขียนยอมรับว่า “กระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าตอนนั้นตัวเองเขียนขึ้นมาได้อย่างไร แม้จะลองย้อนกลับไปอ่านก็ไม่คิดว่าตัวเองจะเขียนนิยายเช่นนี้ได้อีก” จะว่าไปมันก็เป็นหนังสือที่เขียนออกมาได้ดีนะ ทั้งการหยอดปมเอาไว้ทีละเล็กละน้อยแล้วไม่ยอมเฉลยแบบชัด ๆ ต้องไปคิดเอาเองหลายจุด แล้วยังสัญลักษณ์ที่สอดเอาไว้อีก

เอาล่ะ ว่ากันด้วยเนื้อเรื่อง คนที่ยังไม่อ่านหรืออ่านไม่จบไม่ควรอ่านต่อจากนี้ จะทำให้เสียอัตถรส

 

 

 

 

 

 

หลักใหญ่ใจความอยู่ที่ “โรงเรียน” เปิดเรื่องขึ้นมาด้วยการบรรยาย “พวกเขา” ที่ทำให้คนอ่านพิศวงพอสมควร คาดว่าคนอ่านคงไม่ค่อยสนใจกับย่อหน้าแรก 6-7 ย่อหน้าสักเท่าไร แต่นี่แหละคือจุดที่สำคัญมาก ๆ มันคือ “โรงเรียน” หรือ “อาณาจักร” ในเชิงสัญลักษณ์นั่นเอง และตอนจบก็ยังจะจบด้วยประโยคเดิมนี้ด้วย

คนเขียนหลอกให้เราสงสัยซึมุระ ซาโยโกะ นักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาเรียน ม. 6 ว่าเธอมีความเกี่ยวข้องอะไรกับตำนานซาโยโกะของโรงเรียนหรือไม่ ตอนอ่านจบใหม่ ๆ เราก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมคุโรคาวะ ที่น่าจะเป็นต้นคิดของเรื่องตำนานทั้งหมดนี้ ถึงไปเลือกเอาซึมุระ ซาโยโกะ ให้มาเป็นซาโยโกะคนต่อไป ทั้ง ๆ ที่มี “ซาโยโกะ” อีกคน (คาโต้) ที่ได้รับเลือกจาก “ซาโยโกะ” รุ่นที่แล้วอยู่แล้ว คิดว่าคำตอบน่าจะเป็นเพราะคุโรคาวะเองก็ไม่ทราบว่า “ซาโยโกะ” คนก่อนหน้านี้ได้เลือกคนสืบทอดไว้แล้ว เพราะเขาเป็น “ซาโยโกะ” ผู้นิ่งเฉยและไม่ยอมทำอะไรเลย

“ซาโยโกะ” ทั้งสองคนเลยมาจ๊ะเอ๋กันตอนวันเปิดเทอม สนุกพิลึกเลย

ต่อมา การที่คาโต้เกิดอาการหัวใจวายกะทันหัน อาจฟังดูเหมือนเป็นอาถรรพ์ แต่น่าจะเป็นเพราะคาโต้เป็นโรคหอบหืดอยู่แล้ว อาจจะบวกกับผีของซาโยโกะคนที่ 2 (ที่ย้ายโรงเรียนเข้ามาและเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ) ไปกลั่นแกล้งเพื่อช่วยซึมุระ ซาโยโกะ คนที่เจอกับสถานการณ์คล้ายกับเธอก็ได้

อีกจุดที่เราสงสัยก็คือ หมาโหด 10 ตัวเป็นลิ่วล้อของใคร แล้วทำไมต้องไปทำร้ายชูตอนจบ พออ่านย้อนกลับไปตอนที่ซึมุระ ซาโยโกะถูกแก๊งเด็กอันธพาลจะทำร้าย ก็มีหมาโหด 10 ตัวนี่มาช่วย ประกอบกับการปรากฏตัวของเด็กสาวในชุดนักเรียนบนดาดฟ้าตอนเหตุไฟไหม้ น่าจะสันนิษฐานได้ว่า หมา 10 ตัวถูกซาโยโกะคนที่ 2 สั่งให้มาช่วยซึมุระ ซาโยโกะ ในตอนแรก และในตอนไฟไหม้ ให้ไปลงโทษชูที่บังอาจไปขุดคุ้ยความจริงขึ้นมา แถมยังเกือบจะทำให้ตำนานนี้จบสิ้นลง เพราะซาโยโกะคนที่ 2 โกรธแค้นโชคชะตาที่ทำให้เธอต้องตายก่อนวัยอันควร และอยากมีชีวิต/มีคนระลึกถึงต่อไปจากตำนานซาโยโกะ

และจุดสุดท้าย สรุปว่าใครคือซาโยโกะคนที่ 6 กันแน่ อันนี้ค่อนข้างจะสำคัญนะ เพราะชื่อภาษาญี่ปุ่นของหนังสือเล่มนี้ก็แปลได้ว่า “ซาโยโกะคนที่ 6” ถ้านับตัวคนที่เป็นซาโยโกะคนที่ 6 ทั้งหมดก็มีทั้งคาโต้, ซึมุระ ซาโยโกะ, พระเอก เซกิเนะ ชู แล้วยังตัวอ. คุโรคาวะ ที่เป็นคนแต่งบทละครเรื่อง “ซาโยโกะคนที่ 6” สำหรับงานเทศกาลโรงเรียนอีก อันนี้คงไม่มีคำตอบที่แน่นอน แล้วแต่คนอ่านจะตัดสินใจ แต่ในความเห็นของเรา คิดว่า อ.คุโรคาวะ น่าจะมีบทบาทที่สุด เพราะเป็นผู้เริ่มตำนานและแต่งบทละคร ที่พอกลับไปอ่านซ้ำก็ได้คำตอบสำหรับปริศนาหลาย ๆ ปม โดยเฉพาะที่ว่า

“ในที่สุดฉันก็ทนไม่ได้ ฉันรอให้พวกเด็กนักเรียนจัดการกันเองอย่างชักช้าต่อไปไม่ได้ ฉันก็เลยลงมาเอง ลงมาเป็นซาโยโกะคนที่ 6 ฉันอยู่ที่นี่ ที่นี่ ที่นี่ ที่นี่….”  (เขียนเอาคร่าว ๆ ตามความทรงจำ ตัวหนังสือเอาไปคืนห้องสมุดแล้ว -..-)

ฉากการแสดงละครเนียะ เป็นไคลแมกซ์ของเรื่องเลยนะเราว่า (รองลงมาก็ฉากไฟไหม้) แล้วไอ้ประโยคสุดท้าย ๆ ก่อนจะเกิดพายุขึ้นมา ก็เป็นจุดที่เข้มข้นมาก ๆ อ่านตอนกลางคืนแล้วขนลุกเลย ขนาดตอนพิมพ์ ๆ อยู่นี่ก็รู้เฉลยแล้วว่าตาคุโรคาวะเป็นต้นคิด ยังแอบหวาด ๆ อยู่เลย – -”

สรุปว่ายังไงดี? ก็สนุกและได้แง่คิดดี แต่คนอ่านไม่ควรหวังว่าจะมีฉากฆาตกรรมนองเลือด ปมปริศนาซ่อนเงื่อน หรือพี่นักสืบอัจฉริยะอย่างคินดะอิจิหรือโคนัน เพราะคุณจะผิดหวัง หุหุ

  1. ลมบ่ายสวัสดิ์ขอรับท่าน mafee

    สปอย คือการเล่าเรื่องย่อหรือขอรับ?
    คงเป็นจรรยาบรรณนักรีวิวไม่เล่าเรื่องทำลายอรรถรสผู้ชมใช่ไหมขอรับ?

    ข้าพเจ้าน่ะคงชวดชมแน่ เพราะอยู่ในไร่ในนา ได้อ่านเรื่องย่อ รู้พล็อตรู้แก็ก ตามการดำเนินเรื่องแต่ต้นจนจบ นับว่าข้าพเจ้าได้เพลินใจราวดูด้วยตาแล้ว

    ขอท่าน mafee พบทางออกที่จะสปอย ในธีม WP โดยไม่ล่วงหลักปฏิบัติในเร็ววันขอรับ

    สำหรับที่ WP.com เป็นข้อจำกัดสาหัสเอาการ เราใส่อะไรเพิ่มไม่ได้เลยขอรับ ยุ่งเกี่ยวกับธีมไม่ได้เลยนอกจากใช้เครื่องมือที่เตรียมไว้ให้ ข้าพเจ้าเคยหน่ายจนแว่บหลบออกไปหนหนึ่ง สุดท้ายพบว่า สังคมที่น่าอยู่มีความสำคัญกับเรามากกว่าข้อจำกัดพวกนี้ อีกทั้งความเสถียรของระบบ ความคล่องตัวของเครื่องมือต่าง ๆ ที่ให้มาเหลือกำลัง

    หวังท่าน mafee หาทางออกได้โดยไม่ต้องใส่ปลั้กอินนะขอรับ

    คารวะ

    ปล. Avatarของท่านยังไม่มีลิ้งค์ขอรับ ลองไปที่หน้า option / profile แล้วใส่ address mafee.wordpress.com ลองดูขอรับ

  2. โอ..เมื่อกลางวันทะเล่อทะล่าโผล่มาแปะโดยยังไม่ได้อ่านโพสท์
    เพิ่งอ่านเมื่อกี้เองขอรับ
    พบว่าท่านลงเรื่องย่อไว้ให้แล้ว
    ..
    ..
    แหะ
    แหะ
    ..
    ..
    หน้าแตกยับเยินเลยข้าพเจ้า

    ดิน

    • mafee
    • กุมภาพันธ์ 3rd, 2008

    spoil หรือ สปอย เป็นการบอกตอนจบ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้คนที่ยังไม่ได้อ่าน/ชมสิ่งนั้น ๆ เสียอรรถรส (คราวที่แล้วเขียนผิด -*-) เราเคร่งครัดกับการไม่สปอยมาก เพราะเป็นคนที่อ่าน/ชมอะไรแล้วจะอยากรู้ตอนจบมากๆๆๆๆๆ บางทีแอบไปรู้ตอนจบมาแล้วเลิกอ่าน/ชมไปเลยก็มี (บ่อยด้วย) บางทีแทบจะพยายามอ่าน/ชมโดยไม่อ่านอะไรเกี่ยวกับสิ่งนั้น ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นสารบัญ คำนำ เกริ่นย่อท้ายเล่ม ฯลฯ รู้สึกว่าเวลาเริ่มที่ 0 มันเร้าใจ เหมือนการค้นหาที่ค่อย ๆ ดำเนินไปใกล้จุดจบขึ้นเรื่อย ๆ (บางเล่มอ่านแล้วใจเต้นตึกตักเลยนะ)

    เพราะงั้นรีวิวของเรามันเลยพิลึก ๆ ขาด ๆ เกิน ๆ ส่วนมากจะเขียนความรู้สึกของตัวเองตอนอ่านมากกว่า จะเรียกว่ารีวิวก็เรียกได้ไม่ค่อยเต็มปาก เป็นเหมือนเวลาอ่านจบแล้วไปเล่าสู่กันฟังกับเพื่อนมากกว่า เลยไม่ค่อยอยากให้คนที่ยังไม่ได้อ่านไปเจอเข้าเพราะกลัวเขาจะเซ็งซะก่อน

    รีวิวที่เขียนแบบครบถ้วนคงจะเป็นเอนทรี่แรก ๆ เพราะตอนนั้นยังขยันอยู่ ^^” คราวหน้าจะพยายามขยันเขียนรีวิวแบบครบถ้วนดูมั่ง แหะๆ

    • cotton
    • กุมภาพันธ์ 16th, 2008

    v_v อาการเหมือนกันเลยค่ะ คุณ mafee
    ฉันเองก็เคร่งครัดกับเรื่องสปอยล์มากๆ
    จนเวลาเขียนรีวิว เลยออกจะกั๊กๆ เพราะไม่อยากเล่าหมด
    แล้วพอไม่เล่าจุดบางอย่าง ก็เลยเหมือนกับว่าการเขียนถึงมันขาดๆเกินๆ ยังไงชอบกล
    เหอ เหอ

    ว่าแต่เรื่องนี้ ยังไม่เคยอ่านเลยค่ะ แล้วก็ไม่รู้จะได้หามาอ่านไหมนะ เอ่

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: