เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน

Rosso - Cover
ROSSO: ร้อนแรง     
Reisei to Jounetsu no Aida: Rosso      
Ekuni Kaori      

 

 

 

คราวที่แล้ว ได้เขียนเกี่ยวกับอาโออิ นางเอกในเรื่อง ROSSO: ร้อนแรง เป็นหลัก คราวนี้จะเขียนเกี่ยวกับมาร์ฟ คนรักของอาโออิบ้างนะ

ขอขยายความเล็กน้อยเกี่ยวกับเนื้อเรื่อง เพราะมีคนขอมา จากที่เคยบอกเอาไว้ในตอนที่แล้วว่า เรื่องนี้ประกอบด้วยหนังสือสองเล่ม คือ ROSSO ที่เขียนโดยเอคุนิ คาโอริ เล่าเหตุการณ์จากมุมมองของอาโออิ ตัวเอกฝ่ายหญิง และ BLU ที่เขียนโดยทซึจิ ฮิโตนาริ เล่าจากมุมมองของจุนเซ ตัวเอกฝ่ายชาย โดยเกิดจากการเขียนสลับกันในนิตยสาร ก่อนจะนำมารวมเล่มแบ่งตามมุมมองของตัวเอกทั้งสอง

คำเตือน: คนที่ยังไม่เคยอ่าน ไม่ควรอ่านข้างล่างนี้อย่างยิ่งของอย่างยิ่ง!!!

เราเตือนคุณแล้วนะ!!!

 

เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนหรือมีอะไรมากมาย ความเด่นอยู่ที่สไตล์การเล่าเรื่องและความคิดริเริ่มในการให้ตัวเอกแต่ละฝ่ายถ่ายทอดเรื่องราวจากมุมมองของตน สำหรับนางเอกนั้น เป็นเด็กที่เติบโตในเมืองนอกเพราะพ่อแม่ทำงานอยู่ที่มิลาน อิตาลี มีความเหงาและแปลกแยกอยู่ลึก ๆ แต่พอโตขึ้นได้กลับไปเข้าเรียนมหาลัยที่โตเกียว และพบรักกับจุนเซ ซึ่งเป็นเด็กที่เติบโตมาในเมืองนอกเหมือนกัน แต่เป็นที่อเมริกา ทั้งคู่เรียนหนังสือด้วยกัน มีความชอบคล้าย ๆ กัน และที่สำคัญที่สุด เข้าใจกันและกันอย่างที่ไม่เคยมีใครคนอื่นทำได้ ความรักของทั้งคู่ร้อนแรง เปี่ยมล้น และพวกเขาก็เชื่อว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป จนกระทั่ง……(อ่า ไม่อยากเล่าเลย)……(อื้ม)…..อาโออิเกิดท้องขึ้นมา และความซวยก็เกิดขึ้นซ้ำเมื่อพ่อของจุนเซบุกไปอพาร์ทเมนต์ของเขาและเจออาโออิอยู่ที่นั่น แม่เลี้ยง (คาดว่า) ของจุนเซไปเจอแผ่นทดสอบการตั้งครรภ์ขึ้นมา ยิ่งทำให้อาโออิที่เป็นคนปิดตัวเองยิ่งคิดมาก และในที่สุดเธอตัดสินใจทำแท้งโดยไม่บอกจุนเซ เพราะกลัวว่าเขาจะเป็นคนพูดเสียเองว่าให้เธอไปเอาเด็กออกเสีย จุนเซได้รู้เรื่องที่หลังและเสียใจมาก มากจนหลุดปากออกมาว่า เขาคงไม่มีวันให้อภัยเธอไปตลอดชีวิต และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็จบลง

อาโออิกลับมาที่มิลานสู่ชีวิตที่คุ้นเคย แต่เธอกลายเป็นคนปิดตัวเองมากขึ้น ชีวิตของเธอจำกัดอยู่ในวงแคบ คือบ้าน ที่ทำงานที่ร้านขายเครื่องประดับเก่าที่เป็นของเพื่อนของป้าเฟเดริก้า และห้องสมุด เวลาว่างเธอเอาแต่อ่านหนังสือ หรือคบหาอยู่กับคนไม่กี่คน ดาเนียล่า เพื่อนเก่าตั้งแต่ยังเด็ก ป้าเฟเดริก้า สตรีชราชาวอิตาเลียนที่รักเธอราวกับลูก และคนที่เธอทำงานด้วย เธอตัดขาดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้ผูกพันเท่าไรนัก ใช้ชีวิตไปวัน ๆ อย่างไม่สนใจสิ่งใด

และวันหนึ่ง เธอก็ได้พบกับมาร์ฟ ชายชาวอเมริกันหน้าตาดี รูปร่างดี รวย ใจเย็น แทบจะไม่มีที่ติ และเขาหลงรักเธอหัวปักหัวปำ หลงรักด้วยความอ่อนโยนและทนุถนอม ทั้งคู่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข แต่ภายใต้ความสุขนั้นมีคลื่นก่อตัวอยู่ มันคือความโหยหาของอาโออิต่อความรักที่มีต่อจุนเซ เธออาจจะออกจากญี่ปุ่น ออกจากชีวิตของเขา กลับมาสู่เมืองที่เธอคุ้นเคย มีคนรักใหม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่ลึก ๆ ใจของอาโออิยังคงไม่ลืมจุนเซ ผู้เป็นคนเดียวในโลกที่เข้าใจเธอในทุกด้าน

ชีวิตของอาโออิและมาร์ฟ เหมือนกับเพลงที่จั่วหัวไว้เลย (จำชื่อเพลงไม่ได้) “เราจุมพิตโดยไม่รู้จักกัน จูบเพื่อร่ำลาในความสัมพันธ์ ก่อนที่ฉันจะปล่อยเธอหายไปโดยไม่รู้จักเธอ” จะว่าไปมาร์ฟก็น่าสงสารที่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย อาจจะผิดที่ไปรักคนที่มีความหลังฝังใจ ผิดที่รักแล้วก็ตัดใจไม่ได้ง่ายๆ แต่อาโออิเองก็ไม่ได้ผิด ถ้าจะผิดก็คงผิดที่ใจของทั้งคู่ละมั้ง

อาโออิคบกับมาร์ฟ ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้อยู่ลึกๆ ว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน เธอไม่พร้อมจะอยู่กับชายคนอื่นไปตลอดชีวิต ส่วนมาร์ฟนั้นสักวันก็ต้องกลับประเทศตัวเอง แน่นอนว่าความสัมพันธ์เช่นนี้มีอายุไม่ยาวนานนัก และมันจบลงเมื่อวันหนึ่ง มีจุดหมายจากญี่ปุ่นมาถึงอาโออิ…

“ขอโทษที่จู่ ๆ ก็ส่งจดหมายมา นานแล้วนะที่เราไม่ได้พบกัน….. อาโออิ…ผมมีเรื่องต้องขอโทษคุณ ที่เขียนจดหมายมาวันนี้ก็เพราะอยากจะขอโทษ…..

….ขอโทษที่เขียนเสียยืดยาว รื้อฟื้นเรื่องเลวร้าย ทำให้อาโออิต้องคิดถึงมันอีก ทั้งที่อุตส่าห์ออกจากญี่ปุ่นไปแล้ว กลับไปเริ่มชีวิตใหม่ที่มิลาน เมืองเดิมที่อาโออิเกิดและเติบโตมา

ผมคงไม่ขอให้อาโออิยกโทษให้ แค่อยากขอโทษเท่านั้น….

จุนเซ”

จดหมายฉบับเดียว แต่เหมือนก้อนหินโยนลงไปในน้ำที่มีตะกอนขุ่น

“ความทรงจำที่ถูกปิดฝาไว้ ความทรงจำที่ปิดฝาเอากระดาษห่อ ผูกเชือก ซ้ำแล้วผลักมันออกไปไกลแสนไกล

แต่ฉันกลับจำมันได้ทุกสิ่งทุกอย่าง”

ถึงมาร์ฟจะไม่พูดอะไร แต่เขารู้ดี รู้ตั้งแต่เริ่มต้นแล้วว่าอาโออิมีปัญหาฝังใจอยู่ เขาไม่เคยถาม ไม่เคยทำให้เธอลำบากใจ เพราะรอว่าสักวันอาโออิจะเอ่ยปากเล่าให้เขาฟังเอง สักวันหนึ่งเมื่อเธอไว้ใจเขาพอ แต่เวลาผ่านไปหลายปี อาโออิก็ยังปิดตัวเอง เป็นดักแด้ที่คอยแต่จะหนีลงอ่างอาบน้ำ และเมื่อวันที่ความอดทนมีไม่พอ….อาโออิก็รู้ว่า “จะต้องสูญเสียคนคนนี้ไปแล้ว ฉันกำลังเผชิญหน้ากับความสูญเสียอยู่ในขณะนี้”

อาโออิเดินออกมาจากชีวิตมาร์ฟ ไร้ซึ่งความลังเล ในจิตใจลึก ๆ ของเธอคงรู้อยู่แล้วว่าสักวันวันนี้จะต้องมาถึง…..

เรื่องจะเป็นเช่นไรต่อไป ติดตามตอนหน้า (คนเขียนขอไปนอนก่อน -..-)

ปล. ทำไมพอเขียนเป็นเรื่องย่อดูมันน้ำเน่ามากเลย – -* จริง ๆ หนังสือมันไม่ได้น้ำเน่ายังงี้นะ จริงๆๆๆๆๆๆๆๆ เลยอยากให้อ่านกันเองไง งึมๆ

  1. แดดบ่ายสวัสดิ์ขอรับท่าน mafee

    ฟังแล้วข้าพเจ้าคิดถึงกามนิตกับวาสิฏฐี
    เนื้อหาของกามนิตฯ หากตีความว่าน้ำเน่าก็เน่าขอรับ (เรื่องราวในชีวิตคนเราล้วนน้ำเน่าดี ๆ นี่เองจริงไหมขอรับ?)

    แต่เสน่ห์ของกามนิตวาสิฏฐีอยู่ที่สำนวนโวหารและกลวิธีเล่าเรื่อง

    เรื่องแบ่งเป็นสองภาค โลกมนุษย์กับสวรรค์
    หากจำไม่ผิด–ภาคโลกมนุษย์เป็นการเล่าจากมุมของกามนิต
    เงื่อนปมทั้งหลายได้รับการคลี่คลายเมื่อทั้งสองพบกันอีกครั้ง–ในภาคสวรรค์ เรื่องราวถูกบอกเล่าจากมุมของวาสิฏฐี

    กลวิธีเช่นนี้เลิศชั้นนัก เป็นวรรณกรรมที่ผ่านกาลร่วมร้อยปีแล้วขอรับ แต่ยังคงเจิดจรัสเหมือนดวงดาวบนฟ้าไม่เคยราแสง

    ขอบคุณสำหรับเรื่องราวที่บอกเล่าสู่กัน รับกล้วยปั่นสักแก้วดีไหมขอรับ?

    คารวะ
    ดิลล์

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: