HR Lessons for ข้ารัฐการ

วันนี้ได้ไปฟังการบรรยายเกี่ยวกับระบบ HR ที่ บ. ปูนซีเมนต์ไทย

ฟังแล้วก็ให้อึ้ง ทึ่ง คารวะ ราวกับองค์กรในฝันของมนุษย์เงินเดือนเดินถนนอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ

วิทยากรเริ่มต้นการบรรยายด้วยการเน้นย้ำความสำคัญของทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งถือเป็นที่มาที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จขององค์กร ต่อให้มีเงินทุน มีเครื่องจักร มีโรงงาน ฯลฯ ถ้าพนักงานไม่ดีก็ไม่ก่อให้เกิดความสำเร็จขึ้นมาได้

และด้วยตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ทำให้บริษัทเน้นการพัฒนาคน ไม่ว่าจะด้วยการคัดเลือกอย่างพิถีพิถัน การจัดหลักสูตรอบรมอย่างสม่ำเสมอ การประเมินความสามารถ มีการให้ทุนไปศึกษาต่อที่มหาลัยดัง ๆ ในต่างประเทศ อย่างฮาร์วาร์ด หรือในประเทศก็มีที่ศศินท์ แล้วยังมีศูนย์กีฬาและบริการด้านการแพทย์ โดยมีหมอจาก รพ. รามาธิบดีมาประจำหมุนเวียนกันไปทุกวัน

บ. ปูนซีเมนท์ไทย ได้จัด 2 กิจกรรมสำหรับพนักงาน ซึ่งเราคิดว่าน่ารักมาก อย่างแรกคือกิจกรรม The World Is Flat Champion ที่เริ่มจากการที่บริษัทเห็นว่าหนังสือยอดนิยม The World Is Flat ของ Thomas L. Friedman มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และพนักงานควรจะรู้ไว้เพื่อพัฒนาตนเอง บริษัทเลยสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษแจกพนักงานทั้งบริษัท (!!!) เท่านี้ยังไม่พอ แจกแล้วจะอ่านกันหรือเปล่าก็ไม่รู้ เลยมีการจัดกิจกรรม The World Is Flat Champion ต่อ โดยให้พนักงานตั้งทีมขึ้นมาและแข่งขันตอบปัญหาเกี่ยวกับเนื้อความในหนังสือ The World Is Flat

กิจกรรมที่สองมีลักษณะคล้ายกิจกรรมแรก แต่คราวนี้บริษัทแจกแผ่นหนัง An Inconvenient Truth แทน (ของแท้แบบมีลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ปั๊มขายแถวบ้านหม้อเน้อ) และมีการแข่งขันตอบปัญหาเป็นทีมเหมือนกัน เห็นว่ารางวัลสำหรับ 5 ทีมที่เข้ารอบสุดท้าย ได้แก่ ที่พักในโรงแรมหรูที่หัวหิน (ปกติค่าพักคืนละหมื่น) พร้อมจ้างวงดนตรีไปบรรเลงเพลงขับกล่อมโดยเฉพาะอีกตะหาก

อันนี้ก็เล่ากันคร่าว ๆ เพื่อไม่ให้ขอบตาร้อนจนเกินไป เดินออกจากรั้ว บ.ปูนซีเมนต์ไทย ก็ให้เกิดอาการตะขิดตะขวงใจอยู่ บริษัทเขาใส่ใจกับพนักงานเพราะเขาเห็นค่าของคนของตน แต่หน่วยงานรัฐล่ะ? (ลืมบอกอิฉันเป็นข้าราชการเจ้าค่ะ) เงินเดือนก็น้อยแทบไม่พอยังชีพ สวัสดิการมี แต่ต้องถ่อไปต่อคิวรอตรวจที่โรงพยาบาลตั้งแต่ตีห้า แถมไปแย่งคิวของคนจนตาดำ ๆ คนอื่นที่ไม่มีเงินพอไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เบิกก็เบิกย้อนหลัง แถมมีจำกัดประเภทการรักษาอีก ฯลฯ

เหมือนโยนเศษเนื้อให้หมาหิวกิน???

ถ้าวัดกันด้วยทั้ง Rewards และ Recognition แล้ว มันราวกับพนักงานตัวจ้อย ๆ อย่างเรามันไร้ความหมาย ไร้ค่า ไร้ความสามารถ ถึงได้ R&R แบบที่เขาไม่ค่อยจะเต็มใจให้หรือไง? น่าน้อยใจนะ

ชอบตอนที่วิทยากรบอกว่า ปูนซีเมนต์ไทยมีหลักการข้อหนึ่งคือ Give without demand. คือให้โดยไม่ต้องรอให้ขอ สิ่งที่วิทยากรไม่ได้พูด แต่รู้สึกได้เอง คือบริษัทเห็นค่าของคนทำงาน ใส่ใจที่จะดูแลสารทุกข์สุขดิบ เพื่อให้พนักงานมีความพร้อมทั้งกายและใจ พนักงานก็รู้สึกได้ถึงความจริงใจของบริษัท ก็จะพยายามทำงานให้มีประสิทธิภาพที่สุด ไม่จ้องแต่จะหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง หรือว่าทำงานแบบลอยชาย เช้าชามเย็นชามไปวัน ๆ

นี่พูดถึงแต่เรื่องสิ่งตอบแทนนะ (อย่าบอกว่าข้าราชการต้องทำงานเพื่อรัฐอย่างมีอุดมการณ์นะ นี่เป็นเรื่องของการได้รับการยอมรับ ได้รู้สึกว่าองค์กรเห็นค่าของเรา ไม่ใช่ว่า เอ็งอยากไปไหนก็ไป อยากลาออกก็ออกไป ข้าไม่เห็นจะสนใจ)

สำหรับเรื่องวัฒนธรรมองค์กร ก็มีหลายอย่างที่น่าสนใจ อาทิ เน้นการพัฒนาตนเอง เพิ่มพูนความรู้ในทุก ๆ ด้าน และหาศักยภาพเด่น ๆ ของพนักงาน หากพบว่ามีความสามารถด้านใดเด่นเป็นพิเศษ ผู้ใหญ่ก็จะช่วยส่งเสริมให้บุคคลนั้นมี career path ที่ชัดเจน เหมือนปั้นผู้สืบทอดสำหรับอนาคตต่อไป

และที่สำคัญที่สุดคือ จริยธรรมและอุดมการณ์ ไม่ว่าจะเก่งสักแค่ไหน หากขาดสองข้อนี้ก็ถือว่าสอบไม่ผ่าน

อีกอย่างที่ชอบคือ เน้นการทำงานแบบทีมเวิร์ค งานจะแบ่งเป็นโปรเจคท์ และมีคณะทำงานร่วมกันแบบ cross-function คือมีตัวแทนมาจากหลากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทำงานร่วมกัน หากประสบผลสำเร็จก็รับรางวัลร่วมกัน รับคำชมด้วยกันทั้งกลุ่ม ไม่ใช่ว่า นาย ก นาย ข เก่งเป็นพระเอกอยู่คนเดียว และด้วยระบบทีมเวิร์คที่มีประสิทธิภาพ ทำให้พนักงานสามารถถ่ายโอนงานกันได้ หากมีเหตุจำเป็นขึ้นมาก็ลางานได้โดยไม่กระทบกระเทือนงาน เพราะพนักงานคนอื่นก็รู้เรื่องและสามารถดำเนินการต่อได้

มาย้อนดูตัวเอง แม่บ่นปวดหลังมาหลายวันแล้วยังไม่มีเวลาพาไปหาหมอ จะลางานไปก็เกรงใจว่าเดี๋ยวจะมีงานด่วนขึ้นมาแล้วเพื่อนในกองจะต้องซวยมารับช่วงไป แต่ถ้าคิดอีกที …แล้วแม่เรากับงาน อะไรมันสำคัญกว่าล่ะ งานไม่ทำวันนี้ประเทศไทยคงไม่ล่มจม แต่ถ้าปล่อยให้แม่ปวดต่อไปคงไม่พ้นเป็นลูกทรพี เหอๆ

ข้าราชการ…เฮ้อ  องค์กรรัฐ….เฮ้อ

ฟันเฟืองตัวเล็ก ๆ ในองค์กรอย่างเรา จะสามารถทำอะไรได้บ้างไหม? จะมีทางเลือกอื่นไหมนอกจาก

ก. ทนทำไป อดทนอดกลั้น สงบปากสงบคำไว้ หรือ
ข. ลาออกไปให้พ้น ๆ (ซึ่งจริง ๆ ก็ทำไม่ได้…)

ขอจบด้วยอีกวลีเด็ดของท่านวิทยากรเจ้าเก่า “การไม่ให้รางวัลคนดี ก็คือการลงโทษคนดี” เพราะหากคนไม่ดีทำงานแล้วได้ผลตอบแทนเท่ากับคนดีที่ตั้งใจทำงานได้ คนดีจะตั้งใจทำงานไปเพื่ออะไร การให้รางวัลและได้รับการยอมรับ ไม่ใช่เป็นเพียงการเอาสิ่งของมาล่อใจ แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าองค์กรเห็นคุณค่าของสิ่งที่เขาทำ และคนดีก็จะมีกำลังใจในการทำดีต่อไป

ขอให้ทุกท่านมีกำลังใจในการทำงานต่อไป (รวมทั้งข้าพเจ้าด้วย – -“)  สาธุ

    • Kosol
    • กุมภาพันธ์ 13th, 2008

    ข้าราชการเป็นกลุ่มคนที่น่าเห็นใจมากครับ ต้องรองรับพวกเจ้าใหญ่นายโตที่แอบอ้างเสียงประชาชน (รวมถึงเสียงของข้าราชการด้วย)มาชี้นิ้วสั่งการ

    ถ้ารู้เรื่องดีก็ไม่ว่า แต่ส่วนมากแล้วเป็นพวกบื้อใบ้ ดูพวกที่กำลังชูคออยู่ตอนนี้ก็ได้

    ผมมีญาติ มีเพื่อนเป็นข้าราชการก็มาก ได้เห็นถึงความลำบากของพวกเขาเหมือนกัน โดยเฉพาะข้าราชการที่ไม่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ เป็นลูกท่านหลานเธอตระกูลดัง

    นับแต่นี้ต่อไป คงจะทุกข์เพิ่มขึ้นอีกล่ะนะ

    ก็ขอให้มีกำลังใจต่อไปครับ

  1. กุหลาบกำลังใจ(สำหรับทุกเรื่องขอรับ)
    ใช้ได้เลยไม่ต้องตั้งนะโม

    เวเลนไทน์คารวะ
    ดิลล์

    • BLAXZ
    • กุมภาพันธ์ 14th, 2008

    หุหุ … อย่าไปท้อนะจ้ะ^^’

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: