Kindaichi#3 บทเพลงปีศาจ

คินดะ��ิจิ ต��นที่ 3 บทเพลงปีศาจ

 

คินดะอิจิยอดนักสืบ ตอนที่ 3: บทเพลงปิศาจ   
(Akuma ga kitarite fue o fuku)    
โยโคมิโซะ เซชิ    

 

 

 

 

เหตุเกิดในปี 2490 ภายหลังสงครามได้จบสิ้นลง ทิ้งไว้แต่บ้านเมืองที่โดนระเบิดทำลายเสียหายและความลำบากของประชาชน ชนชั้นขุนนางถูกถอดถอนยศศักดิ์ที่ตนมี ทรัพย์ศฤงคารถูกทำลายร่อยหรอจนต้องนำของเก่าออกมาขายกิน

คดีเริ่มต้นด้วยการฆ่าตัวตายของท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ ขุนนางระดับชิชะกุ แต่คดีนี้กลับไปเกี่ยวพันกับคดีปล้นเพชรเท็นกินโดที่เกิดขึ้นอย่างโหดเหี้ยมและอุกอาจ เนื่องจากท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ มีหน้าตาคล้ายกับภาพสเก็ตช์ของคนร้ายคดีนี้มาก ด้วยความกังวลและลางสังหรณ์ มิเนะโกะ ลูกสาวคนเดียวของท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ จึงตัดสินใจขอร้องให้คินดะอิจิ โคสุเกะ มาช่วยสืบคดีนี้ และการณ์ก็เป็นไปดังลางร้ายเมื่อมีคนตายเกิดขึ้นในคฤหาสน์ท์ซุบากิ พร้อมกับเสียงบรรเลงขลุ่ยบทเพลงปีศาจ และการปรากฏตัวของชายที่หน้าตาเหมือนท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ! คินดะอิจิจึงต้องออกโรงสืบไปถึงอดีตของ 3 ตระกูลขุนนางที่โดนภัยจากสงครามบังคับให้มาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันในคฤหาสถ์ท์ซุบากิ และได้พบกับปมเงื่อนปริศนาที่ชวนให้สงสัยและหวาดผวา ความจริงเป็นเช่นใด อยากรู้…กรุณาติดตามในเล่ม

 

(หมายเหตุ: ตอนนี้ขอไม่สปอยเด้อ)

เรื่องนี้ต้องสลัดความขี้เกียจมาเขียนเรื่องย่อขึ้นต้นเอง เพราะในเว็บของสำนักพิมพ์สรุปเนื้อความไว้ไม่ถูกต้อง (จริง ๆ นะ) เลยทนเอามาแปะไม่ได้ 

หลังจากที่ผิดหวังกับคินดะอิจิตอนที่ 10 คฤหาสน์เขาวงกต พอมาอ่านเรื่องนี้ก็กลับมารู้สึกดีกับคินดะฯ อีกครั้ง ที่ไม่ชอบตอนที่ 10 เพราะมันดำเนินเรื่องแบบฉับ ฉับ ฉับ แล้วก็เน้นบรรยายขั้นตอนการสอบสวนมากไปหน่อย technical เกินอ่ะ พวกปริศนาในอดีตหรืออารมณ์ความรู้สึกของตัวละครก็มีอยู่บ้าง แต่ไม่ได้มีบทบาทเด่นชัดเท่าไร แถมตอนจบมันก็ห้วน ๆ ขาด ๆ เกิน ๆ ยังไงไม่รู้ ยอมรับนะว่าเราเดาตอนจบกันฆาตกรตอนนี้ไม่ได้เลย แต่กลับรู้สึกว่าที่เดาไม่ได้เป็นเพราะมันเกินความคาดหมายแบบพิลึกพิลั่นเกินไปหน่อย

อื้ม ไหน ๆ โพสนี้ก็ชื่อว่า “คินดะอิจิตอนที่ 3” ก็มาเข้าเรื่องกันโดยพลัน

————————————————————–

อย่างที่บอกไว้ในเรื่องย่อ ตอนนี้มีปมสำคัญคือการตายของท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ ขุนนางเก่าผู้อ่อนโยนแต่อ่อนแอ รักการเป่าขลุ่ยจนแต่งเพลงที่มีท่วงทำนองสยองขวัญ “ปีศาจกำลังมาเยือน” (น่าจะชื่อประมาณนี้ ตัวหนังสือเอาไปคืนห้องสมุดแล้ว…เช่นเคย) ซึ่งดังขึ้นทุกครั้งที่มีคนที่เกี่ยวข้องกับตระกูลท์ซุบากิเสียชีวิต

คดีการหายตัวไปอย่างลึกลับและฆ่าตัวตายของท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ กลับไปเกี่ยวข้องกับคดีเท็นกินโด้ ที่มีชายท่าทางดีคนหนึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้ตรวจการรัฐ (ประมาณเนี้ย) ไปปรากฏตัวที่ร้านเพชรเท็นกินโด้ และบอกให้พนักงานร้านทุกคนดื่มยาชนิดหนึ่งเพื่อพิสูจน์….. (เอ่อ จำไม่ได้ เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบร้านน่ะ) เนื่องจากชายผู้นั้นแต่งตัวดีและมีมาดชวนศรัทธา ทุกคนจึงดื่มยานั้นแต่โดยดี แต่ทันใดนั้น กลับล้มลงกลิ้งพรวดพราดกับพื้นด้วยความทรมาน คนร้ายใช้โอกาสนั้นกวาดเอาเครื่องประดับอัญมณีและหนีไปอย่างไร้ร่องรอย ยานั้นคือโพแทสเซียมไซยาไนต์ ยาพิษชนิดรุนแรง ทำให้พนักงานเกือบทุกคนเสียชีวิต เหลือเพียงพนักงาน 3 คนที่รอดมาได้ และให้การกับตำรวจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นและลักษณะคนร้าย หลังจากภาพสเก็ตช์ของคนร้ายได้เผยแพร่ไปทั่วกรุงโตเกียว ตำรวจก็ต้องปวดหัวกับการแจ้งตัวคนร้ายที่มีเข้ามานับไม่ถ้วน

หนึ่งในผู้ต้องสงสัยคดีเท็นกินโด้ก็คือ ท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ ซึ่งภายหลังจากโดนตำรวจจับกุมตัวไปสอบสวนได้เพียง 10 วัน ก็หายตัวไปอย่างลึกลับและมีผู้พบศพในเวลาต่อมา

เวลาผ่านไป 6 เดือน เมื่อคนในคฤหาสน์ท์ซุบากิได้เห็นชายลึกลับใบหน้าคล้ายท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับขลุ่ยทองคำ ขลุ่ยคู่กายของท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ ภรรยาที่ไม่ปกติของเขา อะคิโกะหวาดกลัวอย่างรุนแรงจนเสนอให้มีการทำนายเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น มิเนะโกะ ลูกสาวของท์ซุบากิ ฮิเดะสุเกะ มีลางสังหรณ์ว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นจึงไปหาคินดะอิจิ โคสุเกะ เพื่อให้เขาช่วยสอบสวนเรื่องราวที่แปลกประหลาดนี้

—————————————————–

จากการเสิร์ชเกี่ยวกับคินดะอิจิตอนนี้ในเว็บ ปรากฏว่าผู้อ่านบางส่วนไม่ค่อยชอบเท่าไร เห็นว่าน่าเบื่อ แต่ลางเนื้อชอบลางยานะ เรากลับรู้สึกว่าตอนนี้สนุกและเข้มข้นดี ยิ่งตอนที่ไปสืบหาอดีตของตระกูลนี่ตื่นเต้นจนอ่านรวดเดียวจบเลย

สำหรับความยากของปมปริศนา ก็ยากอยู่เหมือนกัน แต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่องค์ประกอบสำคัญเท่าไร เพราะถึงแก้ได้ก็ไม่ช่วยให้รู้ตัวคนร้ายขึ้นมา สิ่งที่ผู้เขียนให้น้ำหนักมากกว่ากลับเป็นการค้นหาความจริงในอดีต โดยมีการหยอดจุดที่บ่งบอกไว้เป็นระยะ ถามว่าเดาตัวคนร้ายยากไหม ก็ไม่ค่อยนะ เดาออกคร่าว ๆ ตั้งแต่ช่วง 3/4 ของเรื่อง แต่ก็ไม่ทำให้เสียอารมณ์ ยังติดตามต่อไปด้วยใจระทึก

ส่วนตอนจบ มีการเฉลยปมที่ค้างคาที่สุดปมหนึ่งของเรื่องได้น่าประทับใจเหมือนกัน ไม่ผิดหวัง

เสน่ห์ของเรื่องชุดคินดะอิจิ คงเป็นการก่อให้เกิดอารมณ์ขวัญผวาแบบโบราณ ๆ เรื่องนี้ถูกเขียนขึ้นมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี ค.ศ. 1940-1950s) แต่กลับยังคงกลิ่นอายของนิยายสอบสวนคลาสสิคมาได้จนปัจจุบัน แถมยังจุดประกายให้เกิดซีรีย์การ์ตูนคินดะอิจิ ที่เป็นรุ่นหลานของคินดะอิจิ โคสุเกะ มาให้อ่านกันต่ออีกด้วย

รู้สึกเหมือนได้กลับมาอ่านนิยายนักสืบสไตล์ที่คุ้นเคยอีกครั้ง หุหุ

    • pattararanee
    • กุมภาพันธ์ 19th, 2008

    สวัสดีค่ะคุณ mafee

    ขออนุญาตไม่อ่านที่คุณเขียนไว้ นะเจ้าคะ
    เพราะว่า สำหรับคินดะอิจิ ภาคหนังสือเล่มนี่
    อ่าน เล่ม 1-2 เท่านั้นเองค่ะ

    ก็เลย ขอเก็บไว้ก่อนนะคะ

    มาคุยกัน เวอร์ชั่น “หนัง” ที่ลาโรงฯ ไปเมื่อไม่นานมานี้
    “ดูสนุก” นะคะ
    ถึงแม้ว่าจะรู้เรื่องอยู่แล้ว

    แต่ที่ชอบมากคือ ตัวแสดง ค่ะ
    เขาเลือก คินดะอิจิ มาได้น่าประหลาดใจดีค่ะ
    เพราะไม่นึกว่า จะตรงกับจินตนาการขนาดนี้
    555+

    ไปก่อนนะคะ
    แล้วจะมาคุยใหม่ค่ะ

    สวัสดีค่ะ
    ^^

    • cotton
    • กุมภาพันธ์ 19th, 2008

    ในความเห็นฉันนั้น วรรณกรรมแปลชุดคินดะอิจินี้ นับจากเล่มที่ 1 – เล่มที่ 10 นั้น เล่มที่ 1 คือเล่มที่ไม่สนุกที่สุดซึ่งยกเว้นเล่มนั้น ที่เหลือ สำหรับฉันก็ถือว่าสนุกดี จะมาสะดุดบ้างก็เล่มที่ 9 ส่วนเล่มที่ 10 ฉันก็ยังว่าโอเคนา

    สำหรับตอนที่ 3 นี้ ถ้าไม่มาอ่านเรื่องย่อกับบล็อกนี้ ก็คงจำไม่ได้เท่าไร แบบว่าอ่านครบ 10 ตอนนี่ เอาเข้าจริงๆก็ไม่สามารถจำเนื้อหาได้ครบทั้ง 10 เล่ม ต้องอ่านคร่าวๆก่อนถึงจะพอจำได้

    เห็นด้วยว่า งานเขียนคินดะอิจินี้ อ่านแล้วส่วนมากจะให้อารมณ์ขวัญผวาแบบโบราณ ที่บางทีมันชวนให้ยะเยือกในใจได้เลยค่ะ ชอบค่ะ

    • mafee
    • กุมภาพันธ์ 20th, 2008

    @pattararanee
    ว่าจะไปหาตัวหนังมาดูเหมือนกันค่ะ แต่อาจจะโหลดเอาแถวนี้ ไม่ถ่อไปถึงโรง
    ปล. ไม่มีลิงค์ไปที่บล็อคของคุณ pattararanee อ่ะค่ะ

    @cotton
    เป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคลจริง ๆ ฉันกลับชอบเล่ม 1 นะ ยกเว้นความวิปริตบางช่วงของตัวละคร (ที่รู้สึกจะมีอยู่ในตัวละครทุกตอน มากบ้างน้อยบ้าง) ตอน 2 นี่จำไม่ค่อยได้ ส่วนตอนที่ 5-9 ยังไม่ได้อ่านเลย ถ้าอ่านจบทุกตอนเมื่อไรจะลองจัดอันดับดูกัน

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: