last.fm

last.fm เป็นเว็บไซต์ชุมชนดนตรีออนไลน์ มีจุดเด่นคือการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับรสนิยมทางดนตรีของผู้ใช้ นำมาวิเคราะห์ถึงแนวดนตรีที่ชอบ และแสดงผลออกมาในเว็บไซต์ผ่านหน้า profile สร้างเป็นชุมชนคนรักเสียงเพลงคล้าย ๆ กัน ทำความรู้จักกันผ่านเว็บ และเข้าร่วมกลุ่มที่ชอบแนวดนตรีเดียวกัน

last.fm สร้างขึ้นในปี 2002 โดยมีระบบการสร้าง profile ทางดนตรีผ่านการที่ผู้ใช้เลือกว่าเพลงไหนที่ตน ‘love’ หรือ ‘ban’ และนำข้อมูลความชอบทางดนตรีของผู้ใช้มาสร้างเป็น playlist ให้ถูกกับรสนิยมของผู้ฟังนั้น ๆ

หลังจากนั้น last.fm ได้รวมเข้ากับระบบ Audioscrobbler ที่คิดค้นขึ้นโดย Richard Jones ระบบทำงานโดยผ่านเวลาที่ผู้ใช้ฟังเพลงผ่านโปรแกรมในเครื่อง อาทิ Window Media Player หรือ iTunes แล้วส่งข้อมูลความชอบในการฟังเพลงของผู้ใช้ไปไว้ในฐานข้อมูล ปัจจุบัน Audioscrobbler เป็น plugin สำคัญของ last.fm (เรียกสั้น ๆ ว่า scrobble) ควบคู่ไปกับระบบ love or ban เดิม โดยข้อมูลของการฟังเพลงรวบรวมได้ทั้งจากโปรแกรมฟังเพลงในเครื่องคอม (ฟังแบบออฟไลน์) หรือฟังผ่านสถานีวิทยุของ last.fm (ฟังแบบออนไลน์) ซึ่งจะต้องดาวน์โหลดและติดตั้งจากเว็บไซต์

        

สัญลักษณ์ของ last.fm และ Audioscrobbler

The Audioscrobbler system is a database that tracks listening habits and does wonderful things with statistics. คำจำกัดความจาก audioscrobbler.net

ในปี 2007 last.fm ถูกซื้อโดยบริษัทอเมริกันใหญ่ CBS ด้วยเงิน 140 ล้านปอนด์ โดยทีมงานทุกคนยังทำงานและมีที่ตั้งอยู่ในลอนดอนเช่นเดิม Richard Jones หนึ่งในหัวแรงใหญ่เล่าไว้ใน Last.HQ ว่า last.fm ได้รับการติดต่อขอซื้อมาก่อนหน้านี้หลายครั้งแล้ว แต่สุดท้ายทีมงานก็ตัดสินใจขายให้ CBS เหตุผลส่วนหนึ่งคือต้องการขยายทุนเพื่อทำให้ last.fm มีชื่อเสียงมากขึ้น ประกอบกับ CBS ก็เป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงดี และเข้าใจถึงวิสัยทัศน์และความตั้งใจของทีมงานและ last.fm รวมทั้งไม่พยายามเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรมาก

จุดเด่นและข้อดี

+ ได้ฟังเพลงใหม่ ๆ โดยศิลปินที่เคยคิดว่าอยากฟังแต่ก็หาฟังไม่ได้ซะที ผ่าน last.fm player ซึ่งมันจะไม่ให้เราเลือกเอาแบบเป๊ะ ๆ ว่าเราอยากฟังเพลงใครหรือเพลงไหน มันจะให้เราเลือกได้แค่ 2 อย่างคือ Artist กับ Tag ถ้าเลือกศิลปิน ระบบก็จะเลือกเอาเพลงของศิลปินที่มีความคล้ายกัน มีแนวดนตรีใกล้กัน ทำให้เราเปิดโลกการฟังเพลงให้กว้างขึ้นโดยไม่ต้องเสี่ยงพวงมาลัยซื้อเอาตามแผง เหมือนกลยุทธ์แจกของแถมให้ใช้จนติดใจต้องตามไปซื้อหามาเป็นของตัวเอง ถ้าเลือกตาม Tag ก็เช่นกัน จะมี random playlist มาให้ตามแนวดนตรีที่ผู้ใช้เลือก ไม่ชอบเพลงไหนก็ข้ามไปได้ หรือไม่ชอบมาก ๆ จะ ban ไปเลยก็ได้ แต่ถ้าชอบมาก ๆ ก็กดปุ่ม love ไว้ ระบบจะได้รู้ด้วยว่าเราชอบแนวไหน

++ ได้เพื่อนใหม่ตามแนวดนตรีที่ฟัง เป็นชุมชนคนเพลงที่ไม่ต้องรู้จักกันเป็นส่วนตัวก็ยังคุยกันรู้เรื่องได้ อันนี้ก็ช่วยเราได้พอสมควรเพราะทุกวันนี้เพลงที่ฟังอยู่ไม่ค่อยจะมีคนชอบตรงกันเท่าไร หาคนคุยด้วยไม่ค่อยได้ นอกจากนี้ยังรวมกลุ่มกันได้ แชร์ความชื่นชมต่อศิลปินที่รักได้แบบไม่ต้องอายใคร

+++ อีก feature นึงที่ชอบมาก ๆ ก็คือ นำข้อมูลสถิติการฟังเพลงของตัวเราเอง มาทำเป็น widget แสดงผลไว้ในเว็บของตัวเองอย่าง myspace, Bebo, Facebook ฯลฯ หรือจะแปะเป็น BBCode ในฟอรั่มก็ได้

ตัวอย่าง Image Chart ของผู้ใช้ มีให้เลือกหลายแบบ หลายการแสดงผล รูปแบบใหม่จะมีการใช้  flash เพิ่มความน่าสนใจ แต่น่าเสียดายที่ WordPress ไม่ซัพพอร์ต

สำหรับคุณสมบัติข้อนี้ จะซัพพอร์ตได้ดีใน Bebo กับ Facebook ที่มี widget พัฒนาไว้โดยเฉพาะ มีลูกเล่นเยอะกว่าสำหรับเว็บอื่น ๆ สำหรับ hi5 ก็เห็นเหมือนกัน แต่ยังทำอะไรได้ไม่ค่อยมาก ยิ่งสำหรับ WordPress แล้ว ถ้าใช้เฉพาะ engine ของ WordPress แล้ว (คือมีโดเมนเนมเป็นของตัวเอง แต่ติดตั้ง WordPress เป็นตัวเอนจิ้น) ก็ยังมีโค้ดไว้ให้ไปแปะกันเองได้ แต่สำหรับคนที่ใช้บริการโฮสต์บล็อคของ WordPress ไม่มี widget แบบอัตโนมัติให้ใช้ (อย่าง flickr, delicio.us หรือเว็บอื่น ๆ ที่ซัพพอร์ตให้ใส่ widget ได้เลยโดยไม่ต้องก๊อปโค้ดมาแปะเอง) คนที่ใช้ WordPress เลยต้องทนใช้ Image chart แบบเก่า ที่มีโค้ด html ให้ก๊อปแปะได้ อดใช้ widget แบบใหม่ที่ซัพพอร์ต flash สวยงามไฮโซไปอย่างน่าเสียดาย เคยไปอ่านในฟอรั่มของ WordPress แล้ว ก็มีคนฟีดแบ็คไปเยอะนะ ไม่รู้ทำไมทีมงานยังไม่ยอมทำให้

last.fm ใน Facebook ถ้าไปดู profile ของเพื่อนที่มี application ตัวนี้เหมือนกัน กด Compare music มันจะแสดงผลเปรียบเทียบว่าการฟังเพลงของเรากับเพื่อนมีความใกล้เคียงกันมากน้อยเพียงใด

 ++++ ผู้ใช้ยังสามารถ tag เพลง หรือใส่คำจำกัดความประเภทของเพลงได้ tag มีตั้งแต่แบบธรรมดา ๆ อย่าง classical, jazz, pop, rock แบ่งตามสัญชาติเพลง j-pop, thai, k-pop หรือ tag แบบแปลก ๆ อย่าง Wake Up หรือ Coffee Break ที่ทำให้เราสามารถรับฟังดนตรีได้ตามอารมณ์ในตอนนั้น แถมยังได้ฟังเพลงเพราะ ๆ ที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ฟังมาก่อนด้วย

+++++ ยังมีลูกเล่นสนุก ๆ ของ last.fm ที่ยังใช้ไม่ค่อยเป็น (เพิ่งสมัครใช้เมื่อวานนี้ – -“) อาทิ ปฏิทินเหตุการณ์ (Events) ซึ่งจะแสดงกิจกรรมทางดนตรีในโซนใกล้ ๆ คุณ เสียดายในไทยคงยังไม่ค่อยมีคนเล่น last.fm กันเท่าไร และไม่มีการทำเวอร์ชั่นภาษาไทยสำหรับ last.fm ด้วย ลูกเล่นนี้ในเมืองไทยเลยยังไม่มีคนใช้

ชุมชนออนไลน์ของผู้ที่มี “อะไรสักอย่าง” เหมือนกัน

จริง ๆ แล้วก็รู้จัก last.fm มาสักพักแล้ว แต่ไม่คิดจะเข้าร่วมจนถึงเวลาที่ว่าง….จริง ๆ พอได้เล่นถึงรู้ว่ามันสนุก อารมณ์มันคล้าย ๆ ตอนเล่น hi5 หรือ MSN Space ที่ทุกคนสามารถสร้างหน้า Profile ของตัวเองขึ้นมา แลกเปลี่ยนความชอบ รูปภาพ เรื่องราว ฯลฯ กับคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเพื่อนในชีวิตจริง หรือใครที่บังเอิญได้รู้จักกันในสังคมออนไลน์ ซึ่งเว็บเหล่านี้ต่างก็ไม่ได้ให้ผลตอบแทนแบบเป็นเนื้อเป็นหนัง จะว่าไปแล้วทำให้เราเสียเวลาไปโดยใช่เหตุด้วยซ้ำ แต่คนส่วนมาก โดยเฉพาะที่ใช้เวลาอยู่หน้าคอมเป็นประจำ ต่างก็ต้องมี เหมือนอย่างที่ใครสักคน (ขอโทษทีจำไม่ได้) กล่าวไว้ว่า ทุกวันนี้เรามี hi5 เป็นเสมือนบัตรประชาชนใบที่สอง

แต่สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ last.fm ยิ่งน่าสนใจกว่า hi5 เป็นสิบ ๆ เท่า เพราะได้ทั้งฟังเพลงใหม่ ๆ ในแนวที่คล้าย ๆ กับที่ชอบฟัง ได้เพื่อนใหม่ที่มีคอเพลงคล้าย ๆ กัน ได้สร้าง profile ทางดนตรีของตัวเองเอาไปโชว์เท่ ๆ (จะว่าเป็นการแสดงอัตลักษณ์ทางดนตรีให้คนอื่นเห็นก็ได้) ซึ่งแนวคิดแบบนี้ก็ไม่ใช่อะไรใหม่อีกต่อไปแล้ว อย่าง multiply ก็เป็นชุมชนคนชอบถ่ายรูป หรือ myanimelist ก็สำหรับคนชอบดูอานิเมะ (อันนี้ก็น่าสนใจเหมือนกัน ว่าง ๆ ว่าจะมาเขียนถึง)

ก็อาจจะเป็นเพราะเราสูญเสียอัตลักษณ์ของตัวเองไปมากในชุมชนออนไลน์ ยกตัวอย่างเช่นตอนเล่นเกมออนไลน์ เราทุกคนก็กลายเป็นตัวละครหน้าตาโหล ๆ แทบจะไม่มีจุดอะไรแยกให้ต่างไปจากคนอื่น นอกจากชื่อตัวเล็ก ๆ บนหัวตัวละครของตัวเอง หรืออย่างเวลาคุยกันผ่านโปรแกรมแช็ตทั้งหลาย เช่น MSN, Yahoo Messenger เราก็เป็นใครก็ไม่รู้อีกคนในกรอบสี่เหลี่ยม และถึงจะไม่ใช่เรา เป็นใครก็ไม่รู้มาคุยแทนเรา คนที่คุยก็คงไม่รู้ได้ ในภาวะไร้ตัวตนเช่นนี้ อีกด้านนึงเราจึงพยายามฉุดเอกลักษณ์ของตนไว้โดยการแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ความชอบ ความคิดเห็นของตัวเองออกมาให้มากขึ้นเพื่อลบล้าง

เว็บไซต์แสดงอัตลักษณ์เหล่านี้ก็คงเติบโตไปพร้อม ๆ กับชุมชนไร้ตัวตนในโลกอินเตอร์เน็ตต่อไป

อย่าคิดมาก แล้วมันจะสนุกเอง  :-3

 

ข้อมูลจาก Wikipedia และ Last.HQ  บล็อคของทีมงาน last.fm

 

 

 

    • cotton
    • พฤษภาคม 11th, 2008

    อ่า เดี๋ยวจะขอ add นะคะ
    ใน last.fm ฉันใช้ user ชื่อ howcanyoubesure ค่า ^^

    • Cutshoes
    • กุมภาพันธ์ 22nd, 2010

    i love last.fm, Thank for music for today and forever

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: