เคหาสน์ดาว

e0b980e0b884e0b8abe0b8b2e0b8aae0b899e0b98ce0b894e0b8b2e0b8a7

 

 

       เคหาสน์ดาว

      วาณิช จรุงกิจอนันต์

 

 

 

ใครที่อายุ 25+ น่าจะเคยชม “เคหาสน์ดาว” ในรูปแบบของละครหลังข่าวของเอ็คแซกท์เรื่องแรก ๆ ที่มีแท่ง ศักดิ์สิทธิ์ เล่นคู่กับนุสบา คู่พระคู่นางสุดฮอทในยุคนั้น ที่ดังเปรี้ยงปร้าง ทุกวันนี้ยังจำทำนองเพลงประกอบ “เติมฝัน” ที่ร้องโดยคุณวิยะดา โกมารชุน ได้อยู่เลย

สำหรับ “เคหาสน์ดาว” เล่มนี้ ฉันฉวยมาได้จากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ได้มาก็โจ้จนจบในเวลาไม่กี่ชั่วโมง โชคดีหรือเปล่าไม่รู้ที่จำเนื้อเรื่องจากตอนดูละครหลังข่าวไม่ได้เลย (ไม่รู้ว่าเด็กมากหรือความจำสั้น) เลยอ่านแบบตื่นตุ้นลุ้นระทึกได้เรื่อย ๆ

เนื้อเรื่องไม่มีอะไรซับซ้อน เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างคุณเขียว สถาปนิกหนุ่มซื่อ ๆ (ต๊อกต๋อย?) กับคุณจ๋อม อาจารย์มหาลัยสาวสวย ซึ่งเริ่มจากการรู้จักกันในฐานะผู้ออกแบบและผู้จ้างวาน พัฒนาไปแบบไม่ตั้งใจ กลายเป็นความรักในที่สุด

หมายเหตุ – พออ่าน “ความลับในความรัก” แล้วก็ให้สงสัยว่า เอ๊ะ แล้วฉันจะนิยามความสัมพันธ์แบบนี้ว่าเป็น “ความรัก” แบบไหนดีหว่า คิดมากไปซะแล้วเรา

“เคหาสน์ดาว” เป็นเรื่องที่ขาด ๆ เกิน ๆ ในหลายด้าน เรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเรียกหนังสือเล่มนี้ว่าเป็นผลงานที่ “สมบูรณ์แบบ” อย่างไรก็ดี ในความไม่สมบูรณ์นี้มีเสน่ห์แฝงอยู่แทบจะทุกอณู จนฉันกล้าพูดว่า ผู้อ่านส่วนใหญ่แม้จะเห็นถึงจุดด้อยของมัน แต่ก็พอใจกับมันในแบบที่มันเป็น

วาณิช จรุงกิจอนันต์ ผู้เขียน ยอมรับใน “คำตาม” ของหนังสือ (ตรงกันข้ามกับคำนำ) ว่า เรื่องนี้เป็นการเขียนนิยายเรื่องแรกในการเขียนหนังสือของเขา และอาจเรียกได้ว่า เป็นการหยั่งความสามารถของตัวเองในการเขียนนิยายก็ได้ ที่ฉันชอบมากก็คือตรงที่คุณวาณิชเขียนว่า

“หากจะมองในแง่ของการประสบความสำเร็จ นิยายเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จตามควรแก่ฐานะของการเป็นนิยายเรื่องแรกของนักเขียนคนหนึ่ง คือเมื่อลงพิมพ์ก็มีคนอ่านและมีคนพูดถึงอยู่พอสมควร คนที่ชอบก็มี คนที่ไม่ชอบก็มี … แต่ถ้าจะมองในแง่ของการเป็นนิยายที่ดีเด่น ผมก็ไม่อาจกล่าวได้เองว่า เคหาสน์ดาว เป็นนิยายที่ดีเด่น อาจเป็นเพียงนิยายรักธรรมดา ไม่ได้มีปรัชญาหรือแนวคิดใหม่อะไรที่ลึกล้ำแฝงอยู่ หรือถ้าจะมีอยู่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะเป็นผู้บอกกล่าว คนอ่านคือคนที่จะบอกได้ว่านิยายเรื่องนี้เป็นอย่างไร และมีอะไรอยู่แค่ไหน หรือว่าไม่มีอะไรเลย”

สำหรับฉัน ในฐานะคนอ่านคนหนึ่ง เห็นด้วยอย่างยิ่งกับที่ว่า เคหาสน์ดาว “เป็นเพียงนิยายรักธรรมดา ไม่ได้มีปรัชญาหรือแนวคิดใหม่อะไรที่ลึกล้ำแฝงอยู่” เรื่องนี้เป็นแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ เป็นเรื่องรักธรรมดา ไม่ได้มีพล็อตเรื่องตื่นเต้นซับซ้อน (เช่น พระเอกเป็นลูกเศรษฐี นางเอกถูกคนใช้ขโมยไปจากครอบครัวผู้ดี ฯลฯ) ไม่ได้มีปรัชญาลึกล้ำอะไรให้ค้นหาหรือแงะเอาตามบรรทัด

แต่ในความคิดฉัน นี่แหละคือเสน่ห์ที่เต็มเปี่ยมในทุกบรรทัดของเรื่องนี้ ความดีเด่นของมัน คือการเล่าเรื่องด้วยภาษาง่าย ๆ แต่ไหลลื่นไปได้อย่างเพลิดเพลินตลอดทั้งเรื่อง ความธรรมดาของมันทำให้ฉัน (ผู้อ่านนิยายประโลมโลกมาเป็นสิบ ๆ เรื่องจนเอียนกับพล็อตน้ำเน่า ๆ แล้ว) เดาว่าจะเกิดอะไรต่อไปไม่ได้เลยค่ะ เอ้า จริง ๆ เพราะว่ามันเป็นชีวิตของคนธรรมดาสองคน ที่อาจจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้ ตามแต่จินตนาการของคนแต่ง ไม่ได้เป็นไปตามสูตรพล็อตละครน้ำเน่าที่ไม่ต้องอ่านต่อก็มองเห็นตอนจบรออยู่ตรงหน้าแล้ว

รองลงมา ฉันชอบที่มันไม่พยายามจะยัดเยียดใส่สมองเราว่า ความรักคืออะไร คุณควรปฏิบัติตัวอย่างไร บลาๆๆๆๆ สิ่งที่ดำเนินไปใน “เคหาสน์ดาว” คือความรักแบบที่เราทุกคนสามารถพบได้ มันอาจจะไม่สนุกสนานหรือตื่นเต้นเร้าใจเหมือนโรมีโอกับจูเลียต ไม่มีนางฟ้าใจดีเหมือนซินเดอเรลล่า (นอกจากเพื่อนพระเอกผู้อารีย์) ไม่มีผู้วิเศษเหมือนลอร์ดออฟเดอะริง พระเอกไม่ได้พ่อรวย (แต่คงหน้าตาดีพอใช้) นางเอกก็ไม่ใช่ลูกคุณหนูผู้เพียบพร้อม (แต่สวยเอาเรื่อง) เขาสองคนแค่ได้พบกันอย่างไม่ตั้งใจ สนิทสนมกัน พอใจในอัธยาศัยของกันและกัน จนกลายเป็นความรัก ก็เท่านั้นเอง

“เคหาสน์ดาว” ไม่ได้มีคติสอนใจหรือปรัชญาลึกล้ำ แต่ไม่ใช่ไร้สาระแน่นอน ซึ่งถ้าอ่านแบบคิดตามไปด้วยก็จะพบ “อะไร” แทรกอยู่ตามจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนเราเดินย่ำถนนตามปกติแล้วเหลือบไปเห็นดอกหญ้างอกออกมาตรงข้างทาง หากเดินเหม่อหรือไม่ทันมองไปก็คงจะไม่เห็น ความคิดที่คุณวาณิชโปรยไว้ทีละนิดละน้อยใน “เคหาสน์ดาว” ไม่ใช่หลักการยิ่งใหญ่อลังการอะไร และก็ไม่ได้ชี้นำว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ คงทิ้งไว้ให้คนอ่านค้นพบและตีความเองตามที่เห็นควร

หากจะมีข้อให้ติหนังสือเล่มนี้ ก็คงเป็นตอนจบที่ค่อนข้างห้วน ทำเอาอารมณ์หวานเย็นสะดุดกึกไปบ้าง ซึ่งฉันเองก็เดาไม่ถูกว่าคุณวาณิชจงใจให้มันจบแบบนั้น หรือมีปัจจัยในชีวิตจริงเร่งให้รีบจบเรื่อง ซึ่งฉันอ่านดูอีกรอบก็ให้อภัยค่ะ คงเพราะชอบเรื่องนี้มาก ๆ เลยคิดว่า บางทีนี่อาจจะเป็นตอนจบที่เหมาะกับเรื่องนี้แล้วกระมัง

แล้วจบยังไงน่ะเหรอ? อยากรู้ก็ไปหามาอ่านสิคะ อิอิ

    • cotton
    • กุมภาพันธ์ 22nd, 2009

    เรื่องนี้ชอบที่เป็นละครมากๆค่ะ จำคุณเขียวกับคุณจ๋อมได้ค่ะ ชอบมาก

  1. น่าติดตามดีครับ ขอบคุณมากๆเลย

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: