หนังสือที่อ่านไม่จบ กับโพสต์ที่เขียนไม่เสร็จ

ช่วงนี้ตอกย้ำกันถึงความตะกละตะกรามและจับจดของตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ถ้าเปรียบเป็นพล็อตเรื่อง ก็ต้องบอกว่ามีตัวจุดชนวนคืองานสัปดาห์หนังสือ ที่จัดขึ้นวันนี้ (25 ต.ค. 2552) เป็นวันสุดท้าย ทุกครั้งเมื่อฉันเริ่มได้ข่าวว่าจะมีงานสัปดาห์หนังสือ ส่วนมากก็ประมาณเดือนนึงก่อนจะเริ่มงาน ฉันจะพยายาม “เก็บกวาด” หนังสือที่ซื้อมาประดับหิ้ง จะได้ซื้อหนังสือเล่มใหม่หน้าตาจุ๋มจิ๋มมาตั้งเรียงกันต่อ

แน่นอนว่า ทุกครั้ง ก็ไม่สามารถเก็บกวาดได้หมดเกลี้ยง เหลือไว้ทั้งเล่มบ้าง ครึ่งเล่มบ้าง เสี้ยวเล่มบ้าง พอไปเดินในงานก็พยายามหักห้ามใจไม่ซื้อเล่มใหม่ แต่ไปเดินทั้งทีมันก็ต้องคว้า อดใจไม่ไหวจริง ๆ

เพราะงั้นเดือนนี้ฉันจึงปลิดชีวิตหนังสือจนจบสิ้นกระบวนท่าไปได้หลายเล่ม

นั่งมองดูหิ้งหนังสือตัวเองแล้วก็ตลก เพราะช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันตลุยหนังสือนำเที่ยวไปพร้อม ๆ กัน 5 เล่ม

เช้ากินข้าวไปพร้อมกับชีพจรในโปรวองซ์ สายเอนหลังเที่ยวสเปน บ่ายนั่งฝันถึงเมืองโบราณในศรีลังกาค่ำก็ซอกแซกปากีสถานเล็กน้อยก่อนนอน

.

.

A_Year_In_Provence .

A Year In Provence โดย Peter Mayle

หนึ่งปีแสนสุขในโปรวองซ์ | งามพรรณ เวชชาชีวะ แปล

.

เล่มนี้ ดองมาหลายเดือน ทั้ง ๆ ที่เป็นหนังสือที่สนุกและดังมาก ๆ การันตีโดยรางวัลและยอดขายกันทีเีดียว

เป็นหนังสือที่มีอะไรมากกว่าหนังสือท่องเที่ยวนะ และจะว่าไป ไม่ควรจะอยู่ในหมวดหมู่ของหนังสือท่องเที่ยวด้วยซ้ำไป ออกจะเป็นการตั้งรกรากมากกว่า

คุณปีเตอร์ เมล และภรรยา ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ ได้ไปซื้อบ้านและใช้ชีวิตปักหลักอยู่ที่แคว้นโปรวองซ์อัน แหล่งท่องเที่ยวโด่งดังแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส และถ่ายทอดประสบการณ์ 1 ปีที่นั่นออกมาทีละเดือน สภาพชีวิตความเป็นอยู่ เพื่อนบ้านชาวโปรวองซ์ ร้านอาหารตามชนบทรสชาติเยี่ยม การซ่อมบ้าน การขุดหาเห็ดทรัฟเฟิลล์ การปลูกองุ่นและทำไวน์ ฯลฯ นี่มันลึกกว่าการ “แค่” ไปเที่ยวมากนัก

จุดเด่น คงจะเป็นภาษาที่เขียนออกมาสำบัดสำนวนสนุกสนานเหลือใจ มีภาษาฝรั่งเศสแซมมาเป็นระยะ บวกกับฝีมือการแปลของคุณงามพรรณ อ่านแล้วลื่นไหล

แต่ฉันก็ไปสะดุดอะไรเข้าจนได้ อะไรก็ไม่รู้ จนบัดนี้ก็ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ฉันอ่านแบบติดหนึบมา 3-4 วัน แล้วกลับเลิกอ่านไป 3-4 เดือน จนสุดท้ายก็หยิบกลับมาอ่านจนจบภายใน 3-4 ชั่วโมง

หรือว่ามันจะศิวิไลซ์เกินไป เลยเกิดความเอียน โหยหาความดิบเถื่อน บ้า ๆ บอ ๆ ไม่รู้ ไม่รู้จริง ๆ

.

.

Magic_of_Lanka .

มนต์ขลังลังกา โดย พนิดา อังจันทรเพ็ญ

.

เล่มนี้มาจากลูกบ้าเที่ยวล่าสุดของฉัน คือฉันกำลังวางแผนจะไปเที่ยวศรีลังกา ประเทศที่มวลชนคนทั่วไปเขาไม่ไปกัน ดังนั้นเลยหาหนังสือท่องเที่ยวหรือแม้แต่เรื่องราวในอินเตอร์เน็ตยากพอสมควร พอไปเจอเล่มนี้ในร้านหนังสือก็เลยคว้าหมับ …. สัปดาห์ที่แล้วไปเจอมันวางอยู่ในชั้น “ลดกระหน่ำ” ของเครืออมรินทร์ ทำเอาซึม…

เล่มนี้ก็เช่นเดียวกับเล่มข้างบน คือไม่ถึงกับเป็นหนังสือท่องเที่ยวเต็มตัว ออกจะเน้นเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาเป็นหลัก โดยมีการเดินทางเป็นตัวดำเนินเรื่อง และเสริมเกร็ดและประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสถานที่ต่าง ๆ ในศรีลังกาเป็นระยะ

อ่านแล้วก็ยิ่งอยากไปเห็นสถานที่ต่าง ๆ ที่อาจจะดูไม่ได้สวยงามวิลิศมาหรานัก แต่ประวัติศาสตร์เบื้องหลังมัน ประกอบกับพลังศรัทธาของคนต่างหากที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า เฮ้อ…ว่าแล้วก็กลุ้ม หาคนไปด้วยไม่ได้สักที ทำไมมีฉันคนเดียวหรือไงหว่าที่รู้สึกว่าศรีลังกามันน่าไป เออ หรือว่าฉันจะเป็นเหมือนนางเอกเรื่อง “สิคีรียา” ของโสภาค สุวรรณ กลับชาติมาเกิด อะฮึ้ยๆ (นวนิยายเรื่องนี้ฉันก็ไปหามาอ่านตอนวางแผนทริปไปศรีลังกาเช่นกัน)

.

.

Peal_of_Indian_Ocean .

หยาดมุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย โดย โสภาค สุวรรณ

.

เรายังคงไปไม่จากศรีลังกา ความพอใจของฉันยังไม่หยุดอยู่ที่หนังสือเพียงเล่มเดียว หึ ๆ

เล่มนี้ฉันอ่านต่อจากนวนิยายเรื่อง “สิคีรียา” ที่กล่าวถึงข้างต้น ผู้แต่งน่าจะประพันธ์ขึ้นในโอกาสเดียวกัน คือ เมื่อครั้งที่ได้ไปท่องเที่ยวอยู่ในศรีลังกา ตั้ง 20-30 ปีมาแล้วมั้ง เพราะหนังสือเล่มนี้มันไม่ยอมพิมพ์ปีที่ผลิต แต่เดาเอาจากรอยปั๊มของห้องสมุดที่ยืมมา มันตีตราว่าซื้อมาตั้งแต่ ก.พ. 2528 … อิฉันเพิ่งลืมตามาดูโลกไม่กี่ปีเองนะนั่น

เป็นสารคดีท่องเที่ยวที่อ่านสนุกแม้จะแต่งไว้หลายปีดีดักแล้ว สำนวนของคุณโสภาคคงไม่ต้องพูดถึง แต่ที่ฉันชอบคือบรรยากาศที่อบอุ่นและสงบสุขที่แทรกซึมอยู่ในเรื่องราวต่าง ๆ คาดว่าคุณโสภาคคงใช้เวลาอยู่ในศรีลังกานานพอสมควร (น่าจะเกินเดือน) เพราะได้ไปสถานที่หลายแห่ง แต่ละแห่งก็มีเรื่องราว ประวัติศาสตร์ ชีวิตของผู้คน ฯลฯ มาเล่าสู่กันฟัง

ใครที่เบื่อหนังสือท่องเที่ยวสมัยปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยรูปภาพแต่ขาดความละเมียดละไมในการร้อยเรียงถ้อยคำ หรือไม่ก็ฉาบฉวยในการเล่าเรื่องราว ลองไปหามาอ่านดู แต่คงหายากหน่อย เพราะไม่เห็นปรากฏว่าจะมีพิมพ์ใหม่วางขายตามร้านหนังสือทั่วไป คงต้องไปเสาะหากันในห้องสมุดซะละมั้ง

ปล. ฉันยังอ่านไม่จบแหละ ว่าจะเก็บไว้อ่านทีละนิดละหน่อย สะสมไว้ตอนได้ไปจริง… จะได้ไปไหมหว่า??

.

.

bookfair2009001.

ไม้เท้า น้ำเต้า และเปลือกหอย โดย จันทรำไพ

.

ปกติฉันชื่นชอบผลงานของคุณจันทรำไพมากทีเดียว แต่เล่มนี้อ่านมาหลายเดือนแล้วยังไปได้ไม่กี่หน้า…จากสี่ร้อยกว่าหน้า เหอ ๆ

เป็นเรื่องของการเดินทางบนเส้นทางจาริกแสวงบุญของผู้แต่ง เพื่อไปให้ถึง “ซันเตียโก้” ทางเหนือของสเปน เกริ่นมาแค่นี้ก็รู้สึกว่ามันแสนจะน่าอ่าน

แต่ไม่รู้ทำไม อ่านได้ไม่เท่าไรก็วางมือ… สงสัยจะยังบาปหนักอยู่ละมัง

เขียนอะไรไม่ออกละ… ก็อ่านไปได้ไม่กี้หน้าเองนี่หว่า แหะ ๆ

.

.

.

Pakistan.

อินชา อัลลอฮ์ ตามประสงค์ของพระเจ้า

โดย ภาณุ มณีวัฒนกุล

.

เล่มนี้ไปซื้อมาจากงานสัปดาห์หนังสือครั้งล่าสุดที่เพิ่งจบไป

ยอมรับว่า ซื้อด้วยความงกและหน้าปกเป็นหลัก คือมันลดเยอะน่ะ หน้าปกก็ซ้วย สวย ขนาดเล่มก็กำลังเหมาะมือ แถมปากีสถานเหรอ ประเทศแปลก เมืองที่คนเขาไม่ค่อยไปกัน ชอบนักล่ะ

แต่จะว่าไปนะ ปากีสถานนี่ ให้ไปก็คงคิดหนักอยู่ ต่อให้รูปประกอบในเล่มจะสวยมากเลยก็เหอะ เอาวะ ถือว่าอ่านล่วงหน้า เผื่อวันดีคืนดี จับพลัดจับผลูได้ไปขึ้นมา ยังพอจะรู้ว่า เออ ในโลกนี้มีเมืองชื่อตักศิลาจริงด้วยว่ะ! (นึกไปถึงสถาบันสอนตัดเสื้อไม่ก็ลีลาศไปก่อนเลย)

การเอาหนังสือเล่มนี้มารวมอยู่ในลิสต์ “กำลังอ่าน” ก็ค่อนข้างจะขี้ตู่เล็กน้อย เพราะจริง ๆ แล้วเพิ่งจะเปิดไปไม่กี่หน้าเอง

.

.

————————————————————————–

ไม่น่าเชื่อ ในที่สุดโพสต์นี้ก็เขียนจบ

วันนี้เปิดบล็อคมาดูเล่น ๆ เฮ้ย drafts ตรึมเลยแฮะ

บางฉบับเขียนไปจนเกือบจบแล้ว จบไม่ลง ซะงั้น หยุดไป และไม่มีอารมณ์มาต่ออีกเลย

บางฉบับนั่งไอเดียบรรเจิดมาสักพัก พอเปิดคอม นั่งลงจะเขียน ปรากฏว่าเขียนไปแต่ชื่อเรื่องและเกริ่นนำ ที่เหลือต่อไม่ติด ซะงั้น

และที่เป็นคล้ายกันหมดก็คือ เวลาหยุดไปแล้ว กลับมาคราวหน้าก็อยากเขียนเรื่องอื่นไปแล้วเรียบร้อย

อันไหนค้างไว้ ก็เลยค้างกันต่อไป ไม่ว่าจะเป็น

“มะนิลา วันละกิโล” ว่าจะเขียนตอนต่อของทริปที่ไปมะนิลามาตั้งแต่ ก.ย. ปีที่แล้ว ก็ไม่ได้เขียน จนจะลืมไปแล้ว

“สิคีรียา” ว่าจะเขียนถึงนวนิยายเรื่องนี้ ตอนนั้นเพิ่งอ่านจบใหม่ ๆ กำลังอินมาก นั่งลงหน้าคอม อินจัด เขียนไม่ลง ซะงั้น

“[Live Action] Maison Ikkoku” กะไว้ว่าจะเขียนถึง dorama ให้บ่อยขึ้น พอดูเรื่องนี้จบเลยว่าจะรีวิวดู แต่ขี้เกียจกะทันหัน

“Korea แล้วแต่จะคิด” ทริปเกาหลีเมื่อ มี.ค. ปีที่แล้ว จริง ๆ เขียนจบและ publish เรียบร้อยแล้ว จนมีคนมาเมนต์แล้วด้วย แต่พออ่านอีกทีรู้สึกมันไม่ค่อยสมบูรณ์ เลยดึงกลับแล้วว่าจะเขียนต่อ หลังจากนั้นยุ่งมากเลยเลิกเขียนไปเลย

ฯลฯ

.

เคยเขียนไว้ที่อีกบล็อคหนึ่ง หลังจากได้อ่านบทความของคุณนิ้วกลม ที่ชื่อว่า เขียนอะไรดี

มี message หนึ่งในนั้น กล่าวคือ หากคุณรักจะเขียนหนังสืออย่างจริงจัง ก็ควรหยุดเขียนอะไรสัพเพเหระไปวัน ๆ ขาดการวางแผนได้แล้ว

(ถ้าอยากอ่านฉบับเต็มก็กดตามลิงค์ไปละกันนะ)

สำหรับฉัน กลายเป็น แค่เขียน “อะไรก็ได้” ให้จบนี่ก็ไม่ง่ายซะแล้ว ร่อแร่จริง ๆ

แต่…

อย่างน้อยที่สุด…

โพสต์นี้ก็เขียนเสร็จแล้วว วู้วววว (มันยังจะดีใจอีกแน่ะ)

.

MISSION COMPLETED

    • p_u_m_s
    • พฤศจิกายน 3rd, 2009

    ชอบอ่านแนวท่องเที่ยวเหมือนกันค่ะ แต่มีแค่เ่ล่มเดียวในนี้เองแฮะ(เล่มแรก)
    เล่มปากีสถานน่าอ่านจังงง

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: