บันทึกที่สนามบิน (ภาค 1 @ บรัสเซลส์)

เปิดเจอไฟล์บันทึกเก่า ๆ ในโน้ตบุ้ค ตอนไปเบลเยียมกับเนเธอร์แลนด์เมื่อ พ.ค. ที่ผ่านมา เลยจับมาปัดฝุ่นอัพไว้กันหายไปจากสารบบ

พ.ค. 2553

ทรายจ๊ะ

ตอนนี้เราอยู่ที่สนามบินบรัสเซลส์แล้ว มีอะไรอยากจะเล่าอยากจะขีดเขียนมากมาย แต่ทรายก็คงเดาได้ว่า ไม่มีของฟรีตามธรรมเนียมของฝรั่งงก ๆ ฉันใดก็ฉันนั้น จะไปมีอินเตอร์เน็ตไวร์เลสฟรีสำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัดได้ยังไงล่ะเนอะ (แต่ที่สนามบินสิงคโปร์มีนะเออ)

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเดินทางของเราครั้งนี้ การได้อยู่คนเดียวตั้งแต่ขึ้นรถไฟ เดินไปชมเมืองบรัสเซลส์ จนถึงตอนนี้ ทำให้เรามีเวลาทบทวนการเดินทางครั้งนี้ตั้งแต่ต้น อยากจะบอกทรายจริง ๆ นะว่าเราประทับใจกับการผจญภัยครั้งนี้มาก เนเธอร์แลนด์ในความเห็นของเราเป็นประเทศที่น่ารักน่าสนใจ ยิ่งบนรถไฟขากลับเราได้นั่งมองวิวสองข้างทางอีกครั้งหนึ่ง ไม่รู้ว่าเพราะอคติหรืออย่างไร แต่เรารู้สึกว่า พอเทียบกับฮอลแลนด์แล้ว เบลเยียมมันกลายเป็นประเทศจืด ๆ เก่า ๆ ดูอนุรักษ์นิยมยังไงไม่รู้ เรานั่งจับผิดแม้กระทั่งสีตู้รถไฟและเบาะที่นั่ง ก็แหม…ของเนเธอร์แลนด์สีสันสดใสดูทันสมัยกว่าตั้งเยอะ

บรรยากาศบนชานชาลาในสถานีรถไฟที่ฮอลแลนด์

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เราได้รับความประทับใจอย่างเต็มใบ ก็คือมิตรภาพของเรา การได้ไปเที่ยวกับเพื่อนที่เราสนิท คนที่เราสามารถพูดด้วยในเรื่องอะไรก็ได้โดยไม่ต้องคิดประเด็นสนทนา คนที่เราสามารถหารือกันได้แบบตรง ๆ ไม่อ้อมค้อม ครั้งสุดท้ายที่เราเดินทางกับเพื่อนอย่างสนุกแบบนี้ คือที่เกาหลีกับเพื่อนซี้สมัยมหาลัยของเราเมื่อสองปีที่แล้ว หลังจากนั้นเรายังเคยคิดเล่น ๆ เลยว่า ไม่รู้ชาตินี้จะได้เดินทางกับเพื่อนสนิทแบบนั้นอีกสักกี่ครั้ง การเดินทางคนเดียวมันก็สนุกไปอีกแบบ แต่บางครั้งเกิดความเหงาลึก ๆ บางครั้งก็แอบกลัวด้วยนะ แต่ไม่ค่อยบอกใครหรอก เดี๋ยวไม่เท่

ซึ้งเกินไปละ เดี๋ยวทรายจะร้องไห้ซะก่อน เราขอเล่าเหตุการณ์วันนี้ให้ฟังขำ ๆ ละกัน เริ่มจากแยกกับทรายที่สถานีรถไฟร็อตเตอร์ดัม เราก็นั่งรถไฟไปตามเส้นทางเดิม ผิดกับขามาตรงที่อากาศวันนี้หม่นหมองมาก ชวนให้หดหู่ยังไงไม่รู้ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าเมืองไหนเป็นเมืองดัตช์หรือเบลเยี่ยม เลยทำให้เห็นความแตกต่างชัดเลยว่า ในเขตเนเธอร์แลนด์บางช่วงจะมีทุ่งหญ้า หนองน้ำ ธรรมชาติกว้างใหญ่สวยงามมาก ในขณะที่เบลเยียมมันจะไปอีกอารมณ์มากกว่า บางที่ที่ผ่านก็ดูอึบทึมและเก่า ๆ แต่บ้านหลังคาจั่วมีในทั้งสองประเทศนะ ถึงแม้เราจะลำเอียงให้บ้านดัตช์ดูน่ารักน่าสนใจกว่าก็ตาม (เราอยู่ในโหมดลำเอียงเข้าข้างฮอลแลนด์สุด ๆ ตอนนี้)

ทิวทัศน์สองข้างทางที่ขบวนรถไฟแล่นผ่าน, เนเธอร์แลนด์

มาถึงสถานีรถไฟ Bruxells-Centraal ไวกว่าที่คิด คือประมาณบ่ายโมงครึ่งกว่า ๆ เราเลยแว่บขึ้นไปเดินดูเมืองเล็กน้อย พอเดินไปแล้วก็…ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว อย่ากระนั้นเลย เดินไปเบิ่ง Grand Places ซะหน่อยดีกว่า เดี๋ยวเขาจะหาว่ามาไม่ถึงบรัสเซลส์ ทางที่นี่ก็อย่างที่เราบ่นให้ทรายฟังไปแล้วว่า มันเป็นหินปูพื้นเป็นก้อน ๆ ขรุขระเหมือนในสมัยโบราณ กระเป๋าเดินทางเราก็น้ำหนักมิใช่เบา แต่ด้วยแรงฮึดเราก็ลากกระเป๋าขึ้นเขาลงห้วยจนไปถึง Grand Places ได้ นักท่องเที่ยวเยอะมาก ๆ โดยเฉพาะพวกทัวร์กลุ่มใหญ่ แต่ก็ทำให้คึกคักดี แว่บแรกที่มองเห็นก็ดูยิ่งใหญ่อลังการดีนะ คือเป็นจตุรัสที่ไม่กว้างนัก แต่ล้อมรอบไปด้วยตึกสมัยเก่าที่มีสถาปัตยกรรมงดงาม แต่เราไม่ได้ศึกษาที่มาที่ไปและประวัติศาสตร์มาก่อนเลยทำให้ไม่รู้ว่าไอ้ตึกเหล่านี้มันอะไรกันหว่า ควักกล้องออกมาถ่ายรูปพอเป็นพิธีสองสามรูปแล้วก็ออกไปตามหาเด็กฉี่ หรือ Mannequin Pis ที่โด่งดัง ซึ่งก่อนมาถึงเราแวะเข้าไปถามคนขายของร้านนึงแล้ว แต่หาไม่เจอ พยายามดูว่านักท่องเที่ยวมุงกันตรงไหนเยอะ ๆ หรือเดินกันไปทิศทางไหนมากเป็นพิเศษ แต่ก็จับทางไม่ได้ เพราะมันเยอะไปหมดเลย เหลือบดูนาฬิกาแล้วก็ตัดใจ ลากกระเป๋ากลับไปสถานีรถไฟ เดี๋ยวจะไม่ทันรถไฟไปสนามบิน

Grand Place ในอากาศครึ้ม ๆ และนักท่องเที่ยวมหาศาล

ตอนแรกเราแอบปลงแล้วว่าคงจะไม่ทันรอบรถไฟไปสนามบินที่เล็งไว้ตอนบ่ายสองครึ่ง แต่ปรากฏว่าเราดูตารางเวลาผิด พอมาที่ป้ายตารางเวลารถอีกที เอ๊ะ มันออกตอน 14.40 แฮะ เลยยังพอมีเวลาหายใจหายคอ ระหว่างนั่งรอรถไฟที่ชานชาลา เราก็ควัก Belgian Frites ขึ้นมาจกกิน ลืมเล่า ด้วยความตะกละและอยากลองของ ระหว่างทางเดินกลับจาก Grand Places มาสถานีรถไฟ เราเลยแวะซื้อมันฝรั่งทอดแท่งโตมากินอีก (แก้แค้นที่ไม่ได้ซื้อก่อนขึ้นรถไฟที่ร็อตเตอร์ดัม) คนมุงกันเยอะเลย จะกินมันทอดส่งท้ายทั้งที กินแค่แบบธรรมดามันยังไม่หนำใจ เลยสั่งแบบพิเศษ ปรากฏพอมันตักใส่ให้ได้ตกใจเลย แบบปกติเขาใส่กรวยกระดาษแบบที่เรากินกันวันก่อน แต่แบบพิเศษมันเอากล่องพลาสติกไซส์กล่องข้าวมาใส่ให้เลย นอกจากให้เยอะเป็นพิเศษแล้ว ยังตักหอมใหญ่อบให้อีก พร้อมด้วยซอสมะเขือเทศและมายองเนสแบบเยิ้ม ๆ แต่ขอโทษนะ ไม่มีฝาปิดให้ แล้วผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ในมือมีทั้งกระเป๋าลาก กระเป๋าถือ แล้วยังถุงช็อคโกแลต (ที่พี่สาวฝากซื้อ) จะทำอย่างไร… สุดท้ายต้องควักถุงพลาสติกสำรองออกมาใส่มันทอดไว้ก่อน แล้วค่อยไปกินตอนนั่งรอรถไฟ

สุดยอดมันทอด Vlaamse Frites ที่อัมสเตอร์ดัม

อยากจะบอกว่ามันทอดนี่มันไม่อร่อยเท่าที่เรากินกันที่ฮอลแลนด์แหละ เหมือนเขาลืมใส่เกลือยังงั้นแหละ หรือว่าเราจะอคติอีกแล้วก็ไม่รู้ แถมตอนยัดใส่ถุงก็รีบ ๆ มันก็เลยเลอะเทอะไปหมดเลย พอรถมาเราก็เอามากินต่อ กินๆๆๆๆๆ ให้มันหมดซะจะได้ไม่ต้องห่อไปอีก กินจนเบื่อไปเลยแหละขอบอก แทบจะติดคอตายแน่ะ

ระหว่างนั่งรถไฟก็เกิดคิดมาก+ประสาทหลอนอีก ก็ป้ายที่มันบอกสถานีแอร์พอร์ทดันเขียนว่า Bruxelles National Airport เราก็เลย…เฮ้ย.. แล้วนี่มันอันเดียวกับ International Airport ไหมวะเนี่ย แต่ยังไงก็ไม่มีทางเลือกแล้ว แต่สรุปมันก็มีอยู่อันเดียวนั่นแหละ บ้าไปเองตู

บรรยากาศในสนามบินบรัสเซลส์

Coke in Belgian style

หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรน่าสนใจแล้ว ไปถึงสนามบินบรัสเซลส์ เช็คอิน เดินเตร็ดเตร่รอขึ้นเครื่อง ว่าจะแวะช็อปอะไรที่ดิวตี้ฟรีก็ไม่เหลือสังขารจะลากไป นั่งรอตรงเกทนี่แหละ สบายดี แต่แหม ถ้ามีอินเตอร์เน็ตไวร์เลสด้วยจะยิ่งดีใหญ่เลยหนอออออ

ไว้ไปถึงแล้วจะเขียนมาเล่าอีกทีจ้ะ

ซ.

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: