วิ่งไป บ่นไป

คุยกันเรื่องงาน บ่นกันเรื่องคุณภาพชีวิต บ่อยครั้ง ไม่มีวันจบ

บางทีก็สงสัยว่า ฉันคงจะแอบชอบสภาวะไม่สมบูรณ์อยู่ลึก ๆ จะอธิบายยังไงดี คือ ฉันมักจะพบว่าตัวเองอยู่ในจุดที่ไม่สมบูรณ์และบ่นเรื่องนี้เป็นประจำ แต่ลึก ๆ ฉันรู้สึกดีใจที่มันยังไม่สมบูรณ์ เพราะไม่งั้นฉันจะมีอะไรให้บ่นหล่ะ?

ขณะเดียวกัน ก็รู้สึกว่า อะไรที่ดีพร้อมเลิศเลอมันน่ากลัวน่ะ เป็นอะไรที่ไม่ตรงกับธรรมชาติและความเป็นจริง

ฉันเชื่อว่า นอกเสียจากนิพพานแล้ว ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์พร้อม 100% ดังนั้น จึงต้องมีความเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไปถึงจุดนั้น

นอกจากนี้ ฉันยังมีไฟพอที่จะสนุกกับการวิ่งไป บ่นไป ตามกระแสของความเปลี่ยนแปลงในความไม่สมบูรณ์ เพื่อให้บรรลุถึงความสมบูรณ์ในท้ายที่สุด เพราะงั้น ก็โอเค

วันหนึ่ง ถ้าฉันแก่ขึ้น อาจจะมีวันที่บอกตัวเองว่า พอแล้ว พอใจแล้ว ไม่มีอะไรให้บ่นแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยหยุดวิ่ง หยุดบ่น ก็ได้ แต่หวังว่าวันนั้นคงยังไม่รีบมาถึงตอนที่ฉันยังสาวอยู่

เพราะมันคงจะน่าเบื่อสิ้นดี….

————————————-

ที่เกริ่นมา เพราะนึกขึ้นมาได้ และอยากจะรำพึงรำพันอะไรไปตามเรื่องราวเฉย ๆ แต่เขียนไปเขียนมา เอ๊ะ ไปเข้าเค้ากับหนังสือเล่มหนึ่งที่อยากเขียนถึงมานานแล้ว ก็เลย เอ๊า เขียนถึงสักหน่อยก็แล้วกัน

————————————-

.

.

เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง

โดย ฮารูกิ มูราคามิ

แปลโดย นพดล เวชสวัสดิ์

.

.

.

.

ช่วงหลังเริ่มอายที่จะบอกใคร ๆ ว่าเป็นแฟนหนังสือของมูราคามิ รู้สึกว่ามันกลายเป็นแฟชั่น เหมือนกับบอกว่าชอบอะไรสักอย่างเพราะมันฮิต มันดัง มันดูดี หรือเขาว่ากันว่าดี ก็เลยพยายามจะชอบแบบเงียบ ๆ เพราะคนเขาก็ดังพอที่จะไม่ต้องไปช่วยโฆษณา

แต่ก็ต้องยอมรับว่าชอบผลงานชิ้นนี้มาก ๆ เป็นหนังสือที่อ่านแล้วได้คิด ไม่ใช่ว่าจะชื่นชมเห็นดีเห็นงามอะไรไปซะหมดอ่ะนะ (อันนี้ก็พยายามเหนี่ยวรั้งตัวเองไว้) แต่ของมันดีก็ต้องว่ากันตามเนื้อผ้าใช่ไหม

ในความเห็นของฉัน ความไม่ธรรมดาของมันอยู่ตรงที่ว่า เป็นหนังสือที่กล่าวถึงความคิดและการมองโลกของคนคนหนึ่ง (ก็คือผู้เขียน มูราคามิ) ทั้งเล่ม อาจจะเรียกได้ว่าเต็มไปด้วยอัตตาของผู้เขียน แต่กลับไม่ีทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่ามาก ยัดเยียด หรือ full of oneself ตรงกันข้าม เรากลับรู้สึกอึ้งและทึ่ง (คงไม่ถึงกับเสียว) ไปกับโลกแห่งการวิ่งของเขาได้อย่างสนุกสนานและซาบซึ้ง

ใน “บทส่งท้าย” ที่อยู่ในหน้ากระดาษหลัง ๆ ผู้เขียนเองก็ยอมรับว่า

.

ผมตะขิดตะขวงใจที่จะเขียนถึงตัวเองมากเกินไป แต่ถ้าไม่ได้พูดถึงตัวเองด้วยความสัตย์จริง การเขียนหนังสือเล่มนี้ก็คงเสียเวลาเปล่า…..

…….. ผมอยากสะสางผ่านงานเขียน ตีแผ่ชีวิตตัวเองในฐานะนักเขียนและมนุษย์เดินดินธรรมดาตลอดห้วง 1 ใน 4 ของศตวรรษที่ผ่านมา เมื่อใดที่มาถึงคำถามว่านักเขียนนิยายจะผูกตัวเองติดกับงานเขียนมากแค่ไหน จะเปิดเผยเสียงแท้จริงมากเพียงใด ผมไม่อาจกล่าวแทนผู้อื่นได้ แต่ละคนมีมาตรฐานของตนเอง สำหรับผม ผมหวังว่าการเขียนหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผมค้นพบมาตรฐานของตัวเอง ผมไม่มีความเชื่อมั่นมากนักว่าผมทำได้บริบูรณ์ แต่เมื่อเขียนจบเล่ม ผมรู้สึกเหมือนปลดภาระหนักออกจากบ่า….

.

ที่ฉันชอบมากที่สุดอยู่ในบทที่ 6 ซึ่งกล่าวถึงการลงวิ่งอัลตรามาราธอน 100 กิโลเมตรที่ทะเลสาบซาโรมะ ฮกไกโด ของมูราคามิ ถือเป็นการวิ่งระยะไกลมากในเวลาวันเดียว โดยเฉพาะการบรรยายถึงความเจ็บปวดทรมานของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ซึ่งทวีความสาหัสมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนกิโลเมตรที่เพิ่มขึ้น จนมูราคามิต้อง “งัดกลเม็ดเด็ดพรายทุกอย่างในตำรามาใช้” แม้กระทั่งการพร่ำบอกกับตัวเองว่า

.

ฉันไม่ใช่มนุษย์ ฉันเป็นเพียงแค่เครื่องจักรกลชิ้นหนึ่ง ฉันไม่จำเป็นต้องรับรู้ความรู้สึก ฉันแค่เคลื่อนไปข้างหน้า

ข้าไม่ใช่มนุษย์ ข้าเป็นเพียงแค่เครื่องจักรกลชิ้นหนึ่ง ข้าไม่จำเป็นต้องรับรู้ความรู้สึก ข้าแค่เคลื่อนไปข้างหน้า

.

นั่นเป็นวิธีหลอกล่อสังขารตัวเองให้แบกร่างวิ่งต่อไปได้ภายใต้ความเจ็บปวดจากการวิ่งมากว่า 80 กิโลเมตร หาไม่ “ผมก็คงล้มคว่ำด้วยความเจ็บปวด นั่นจะเป็นซากสังขารที่เรียกว่า ผม นอนกองเป็นก้อนเนื้ออยู่บนพื้น”

…………………………………….

.

ในแง่หนึ่งอาจจะเป็นการหลอกตัวเอง แต่ในอีกด้าน หากเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกย่ำแย่มากแล้ว ไม่ว่าจะ “งัดกลเม็ดเด็ดพราย” ใด ๆ ขึ้นมาใช้ ก็คงไม่ผิดกติกาการดำรงชีวิตกระมัง หากมันจะช่วยให้มนุษย์ผู้นั้นยังแหงนหน้าตั้งอยู่บนบ่าได้

.

ยังอยากจะเขียนถึงหนังสือเล่มนี้้อีก แต่ไว้ก่อน ไม่อยากตะบี้ตะบัน

    • cotton
    • กันยายน 5th, 2010

    เรื่องนี้เราก็อ่านจบแล้ว จริงๆ เราก็ยังคิดว่า มูราคามิ มีวิธีทำให้คนอ่าน อ่านเรื่องที่เราไม่ได้สนใจได้ แต่ก็ยังอ่านเรื่องของเขาอยู่ดี เช่น ฉันไม่ได้ชอบเรื่องวิ่ง แต่ก็ยังอ่านสิ่งที่เขาพูดถึงเรื่องวิ่ง แล้วก็ได้อะไรๆจากการเล่าเรื่องของเขา

  1. No trackbacks yet.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: